TrueID
TH
รีเซต
ผลการค้นหา “怎么买苏里南护照<网址:bbzz58.com>慈溪怎么买结婚公证书-怎么买假的小国家(证件网:ban58.com)怎么制作假的高中毕业证Bv” - ทรูไอดี
ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
สิทธิพิเศษ
True CyberSafe PRO
-
ช้อป • 18 ธ.ค. 68
สิทธิพิเศษ
บริการอำนวยความสะดวกด้านไลฟสไตล์
บริการอำนวยความสะดวกด้านไลฟสไตล์ - บริการจองโรงแรมที่พัก โรงแรมชั้นนำทั้งภายในและต่างประเทศ และบริการจองที่นั่งสำหรับร้านอาหารชั้นนำ- บริการจัดจองตั๋วเพื่อความบันเทิงต่าง ๆ บริการจองตั๋วภาพยนตร์, บัตรชมคอนเสิร์ต, งานแสดงต่าง ๆ- บริการสั่งดอกไม้- บริการจองรถกอล์ฟไฟฟ้า รับ-ส่งภายในอาคารผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ตั้งแต่ประตูทางออกเครื่องจนถึงจุดตรวจคนเข้าเมืองหรือจุดต่อเครื่อง- บริการจองล้างรถฟรี ที่ศูนย์บริการล้างรถโปรคลีน ณ ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วประเทศ- U Drink I Drive Service : บริการช่วยจัดหาพนักงานขับรถส่งถึงบ้านสามารถติดต่อขอให้บริการผ่าน TrueBlack Call Center 1236 หรือ +6699 998 1236 จากต่างประเทศ 1. บริการพิเศษประสานงานเพื่อช่วยเหลือดูแล อำนวยความสะดวก ให้กับลูกค้าเฉพาะบุคคล (ไม่จำกัดจำนวนครั้ง)2. บริการอํานวยความสะดวกด้านไลฟ์สไตล์ ที่ทรูเป็นผู้ประสานงานจัดหาเฉพาะภายในประเทศเท่านั้น3. ลูกค้าเป็นผู้รับผิดชอบชำระค่าบริการและสินค้าเอง
บริการทั่วไป • 2 ต.ค. 66
ดู
คุม 27 พ่อแม่ทิพย์ ฝากขัง ค้านประกัน คดีแจ้งเกิดเท็จ
News1 • 4 วันที่แล้ว
สิทธิพิเศษ
ทรูแบล็ค ทรูเรด ลด 200 บาท บริการ Personal Butler (1 seat) ใช้ 0 ทรูพอยท์
ประหยัด ฿200.00ที่ บริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) ลูกค้าทรูแบล็ค ทรูเรดใช้ 0 พอยท์รับส่วนลด 200 บาท บริการ Personal Butler (1 seat) บริการผู้ช่วยส่วนตัวภายในอาคารผู้โดยสารขาเข้าและขาออกระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จากปกติ 1,700 บาทสำรองบริการผ่าน SAWASDEE by AOT Application ได้ที่ https://app.airportthai.co.th หรือ www.sawasdeepass.com*ลูกค้าต้องนำรหัสที่ได้รับ มาสำรองวันเข้ารับบริการผ่านช่องทางที่กำหนดภายในเดือนที่กดรับสิทธิ์เท่านั้น เงื่อนไข 1. กรุณาสำรองบริการล่วงหน้าผ่าน SAWASDEE by AOT Application หรือ www.sawasdeepass.com โดยกรอกรหัสที่ได้รับจากการกดแลกรับสิทธิ์ ภายในเดือนที่กดรับสิทธิ์สำเร็จ เพื่อรับสิทธิพิเศษ 2. จำกัด 1 สิทธิ์ / 1 หมายเลขบัตรประชาชน / เดือน 3. จำกัด 200 สิทธิ์ / เดือน4. กรุณาจองบริการล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วันก่อนการใช้บริการที่ SAWASDEE by AOT Application โดยผู้รับบริการต้องให้ข้อมูลการเดินทางและข้อมูลติดต่อตามที่ผู้ให้บริการกำหนด 5. จำกัดระยะเวลาให้บริการ 3 ชั่วโมง6. กระเป๋าเดินทางเพิ่มเติมใด ๆ ซึ่งเกินกว่าจำนวนที่ระบุ (รวมถึงสัมภาระเกินขนาด) จะมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียม 500 บาทต่อใบ (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)7. ขอสงวนสิทธิ์ในการปฏิเสธบริการสำหรับผู้โดยสารหรือกระเป๋าเดินทางที่เกินจำนวนที่ระบุในการจอง โดยไม่มีการคืนเงิน8. สามารถเปลี่ยนแปลงตารางการจองได้ 1 ครั้ง อย่างน้อยก่อนเวลาเที่ยวบิน 24 ชั่วโมง โดยขึ้นอยู่กับความพร้อมของการให้บริการ9. สามารถยกเลิกบริการได้ไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมงก่อนเวลาเที่ยวบินขาเข้า/ขาออก และจะมีค่าธรรมเนียมการยกเลิก 5% ทั้งนี้หากดำเนินการยกเลิกบริการน้อยกว่าเวลาที่กำหนดไว้บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการไม่คืนเงิน10. กรณีผู้โดยสารไม่ปรากฏตัวและไม่สามารถติดต่อได้ (No-Show) บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการคิดค่าบริการปกติเต็มจำนวน11. กรุณาแสดงข้อความที่ได้รับจากการกดรับสิทธิ์ พร้อมบัตรประจำตัวประชาชน หรือพาสปอร์ตตัวจริงของผู้ใช้สิทธิ์ ณ วันเข้าใช้บริการ 12. กรณีใช้บริการอื่นเพิ่มเติมนอกเหนือเงื่อนไข ผู้ใช้สิทธิ์เป็นผู้รับผิดชอบต่อค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น 13. ขอสงวนสิทธิ์ในการคืนคะแนนทรูพอยท์ทุกกรณี 14. สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขาย หรือส่วนลดอื่น ๆ ได้ 15. สิทธิพิเศษนี้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นเงินสดได้ 16. สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ SAWASDEE by AOT Application Support (+66) 2029 7889 หรือ support@sawasdeebyaot.com
ตัวแทนจองโรงแรม/ที่พัก/สายการบิน • 1 เม.ย. 67
สิทธิพิเศษ
คลินิก หาดใหญ่ สูตินรีเวช
-
ความรู้ การศึกษา • 10 ก.ค. 69
สิทธิพิเศษ
True Online Happiness Upgrade
0
Voice/Data • 21 เม.ย. 69
สิทธิพิเศษ
TrueMove H(Bonus+)
-
Voice/Data • 1 พ.ค. 69
อ่าน
ไปสนามบิน ลืมบัตรประชาชน ทำไงดี? วิธีรอดฉบับเร่งด่วน บินในประเทศได้ ไม่ต้องกลับบ้านไปเอา
จัดกระเป๋ามาอย่างดีรีบตื่นเช้าไป สนามบิน แต่พอถึงหน้าเคาน์เตอร์เช็กอิน รื้อกระเป๋าจนทั่วแต่ต้องหน้าซีดเพราะ หาบัตรประชาชนไม่เจอ! จะกลับบ้านไปเอาตอนนี้ก็ไม่ทันเครื่องออกแน่ๆ จะยกเลิกทริปเลยดีไหม? ใจเย็นๆ อย่าเพิ่งแพนิคจนทิ้งตั๋ว เพราะปัญหานี้มีทางออก วันนี้เราจะสรุปให้ว่าถ้า ลืมบัตรประชาชน (สำหรับบินในประเทศ) อะไรรอดอะไรร่วง มาดูกันครับ ไปสนามบิน ลืมบัตรประชาชน ทำไงดี? ตอบคำถามยอดฮิตที่หลายคนเข้าใจผิดก่อนเลย หลายคนคิดว่า "ก็ถ่ายรูปบัตรเก็บไว้ในแกลเลอรี่แล้วไง เปิดโชว์เจ้าหน้าที่ได้ไหม?" คำตอบคือไม่ได้ ❌! ตามกฎการบินพลเรือนฯ ไม่อนุญาตให้ใช้ภาพถ่าย หรือภาพแคปหน้าจอ (Screenshot) ในการยืนยันตัวตน เพราะตรวจสอบความถูกต้องยาก และเสี่ยงต่อการปลอมแปลง ดังนั้นลบรูปในอัลบั้มไปได้เลย ใช้ไม่ได้จริงๆ 1. แอปพลิเคชัน "ThaID" ถ้าเคยลงทะเบียนแอปพลิเคชัน ThaID (ไทยดี) ของกรมการปกครองเอาไว้ นับว่ารอดตายราวปาฏิหาริย์เลย เพราะเราสามารถเปิดแอปพลิเคชัน ThaID ขึ้นมา แล้วกดแสดงบัตรประชาชนดิจิทัลผ่านตัวแอปฯ สดๆ ให้เจ้าหน้าที่ดู ย้ำว่าต้องเปิดแอปฯ จริงต่อหน้าเจ้าหน้าที่เท่านั้น ห้ามแคปหน้าจอเด็ดขาด ใช้ได้ตั้งแต่เคาน์เตอร์เช็กอิน ไปจนถึงจุดตรวจค้น (Security) ก่อนเข้า Gate เลย 2. เอกสารราชการตัวจริงอื่นๆ ถ้าไม่ได้ลงแอป ThaID ไว้ ให้ลองค้นกระเป๋าดูว่ามีบัตรที่มีรูปหน้าเรา และออกโดยหน่วยงานรัฐเหล่านี้ติดตัวมาไหม (ต้องเป็นตัวจริงเท่านั้น) ใบขับขี่ ใช้ได้ทั้งแบบบัตรแข็ง หรือใบขับขี่ดิจิทัล (DLT QR Licence) ผ่านแอปฯ กรมขนส่งฯ พาสปอร์ต (หนังสือเดินทาง) เล่มจริง ใช้แทนบัตรประชาชนบินในประเทศได้เลย บัตรข้าราชการ / บัตรเจ้าหน้าที่ของรัฐ บัตรประจำตัวคนพิการ หนังสือสุทธิสำหรับพระภิกษุและสามเณร สำหรับบินในประเทศ เอกสารเหล่านี้แม้จะหมดอายุ ก็ยังอนุโลมให้ใช้เดินทางได้ ขอแค่รูปหน้าในบัตรยังชัดเจน และดูออกว่าเป็นเรา 3. แจ้งตำรวจ Sorbis / shutterstock.com ถ้าซวยซ้ำซ้อน กระเป๋าตังค์หาย มือถือก็ไม่มีแอปฯ จะทำยังไง? ให้มองหาตำรวจสนามบิน ไปที่ สถานีตำรวจภูธรย่อย หรือ จุดบริการตำรวจ ภายในสนามบินนั้นๆ แล้วแจ้งความ บอกเจ้าหน้าที่ว่าบัตรหาย/ลืมบัตร ต้องการเอกสารยืนยันตัวตนเพื่อขึ้นเครื่อง ตำรวจจะสอบถามข้อมูล และออกใบรับแจ้งความ หรือเอกสารยืนยันตัวตนชั่วคราวให้ แล้วเอาใช้บินได้เลย นำเอกสารใบนั้นไปยื่นที่เคาน์เตอร์สายการบินแทนบัตรประชาชนได้ทันที รู้วิธีแก้ปัญหาแล้ว ครั้งหน้าก่อนออกจากบ้าน ท่องไว้ให้ขึ้นใจ "มือถือ กระเป๋าตังค์ บัตรประชาชน" เช็กให้ชัวร์ก่อนปิดประตูบ้าน จะได้เดินทางแบบชิลล์ๆ ไม่ต้องมาลุ้นระทึกหน้า Gate ครับ ====================
ทราเวล ทิปส์ • 1 เม.ย. 69
อ่าน
ขั้นตอน ทำพาสปอร์ต ที่ ตู้ Kiosk ด้วยตัวเอง เสร็จไว 15 นาที เท่านั้น!
ใครที่ต้องการ ต่ออายุพาสปอร์ต รู้แล้วรึยังว่า เราสามารถไป ทำพาสปอร์ต ด้วยตัวเอง เลยค่ะ ที่ ตู้ Kiosk ต่อพาสปอร์ตอัตโนมัติ และใช้เวลาไม่นานอีกด้วย ไม่เกิน 15-20 นาที ก็ทำพาสปอร์ตเสร็จแล้ว ตามเรามาดู ขั้นตอน ทำพาสปอร์ต ด้วยตู้ Kiosk กันได้เลยค่ะ วิธีทำพาสปอร์ต ด้วยตัวเอง ที่ ตู้ Kiosk สถานที่ให้บริการ ตู้ Kiosk 1. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราวปทุมวัน พิกัด : ศูนย์การค้าเอ็มบีเค เซ็นเตอร์ (MBK CENTER) ชั้น 5 โซน A ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ เปิดให้บริการ : วันจันทร์ - วันอาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา : 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) โทร : 0-2126-7612 2. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว บางใหญ่ พิกัด : ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา เวสต์เกต ชั้น G ถนนรัตนาธิเบศร์ ตำบลเสาธงหิน อำเภอบางใหญ่ นนทบุรี เปิดให้บริการ : วันจันทร์ - อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา : 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30น.) โทร : 0-2194-2643 Wunlop_Worldpix_Exposure / Shutterstock.com 3. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว ศรีนครินทร์ พิกัด : ศูนย์การค้าธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ ชั้น 1 โซน C ถนนศรีนครินทร์ แขวงสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพฯ เปิดให้บริการ : วันจันทร์ - ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา : 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00น.) โทร : 0-2136-3800, 0-2136-3802 และ 09-3010-5246 4. กรมการกงสุล แจ้งวัฒนะ พิกัด : ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ เปิดให้บริการ : วันจันทร์ - ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา : 08.30-16.30 น.(ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) โทร : Call Center 0-2572-8442หรือ 0-2203-5000 กด 1 เพื่อติดต่อกรมการกงสุล สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนไปทำพาสปอร์ต บัตรประชาชน พาสปอร์ตเล่มเดิมที่หมดอายุ จองคิวขอทำพาสปอร์ตออนไลน์ ล่วงหน้าได้ที่ https://www.qpassport.in.th วิธีทำพาสปอร์ต และ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์ ขั้นตอนการทำพาสปอร์ต อัตโนมัติด้วยเครื่อง Kiosk ไปถึงสถานที่ให้บริการอย่างน้อย 30 นาทีก่อนเวลาที่จองคิวทำพาสปอร์ตออนไลน์มา เพื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารก่อน รับบัตรคิว กรอกข้อมูลตามเอกสารที่ได้รับมา นำพาสปอร์ต เล่มเก่ายื่นต่อเจ้าหน้าที่ นำบัตรประชาชนใส่เข้าไปในช่องใส่บัตรของตัวเครื่อง Kiosk ระบบจะดึงข้อมูลขึ้นของเรามา จากนั้นให้ตรวจสอบความถูกต้อง และกรอกข้อมูลให้เรียบร้อย การถ่ายรูป สามารถกดถ่ายได้เอง และเลือกรูปถ่ายได้เอง (แต่ไม่ควรใช้เวลานานมาก เพื่อจะได้ไม่เกินเวลาคิวคนอื่นๆ ต่อไป) สแกนลายนิ้วมือ และ สแกนม่านตา ควรงดใส่คอนเทคเลนส์สี เพราะจะมีผลต่อการสแกนม่านตา เลือกจำนวนปีของพาสปอร์ตที่ต้องการต่ออายุ เมื่อเสร็จทุกขั้นตอนที่การทำพาสปอร์ตอัตโนมัติด้วยเครื่อง Kiosk จะได้รับสลิป QR Code นำสลิป QR Code ที่ได้ ไปชำระเงินค่าธรรมเนียมการทำพาสปอร์ตที่ช่องรับชำระเงิน saruntorn chotchitima / Shutterstock.com ค่าธรรมเนียมในการทำพาสปอร์ต เล่มพาสปอร์ตอายุ 5 ปี : 1,000 บาท เล่มพาสปอร์ตอายุ 10 ปี : 1,500 บาท ค่าส่งไปรษณีย์ : 40 บาท ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ
ทราเวล ทิปส์ • 17 มี.ค. 69
อ่าน
วิธีทำพาสปอร์ต และ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์
เดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ กันคราวนี้ ใครที่ พาสปอร์ตหมดอายุ หรือ ต้องการ ทำพาสปอร์ตใหม่ มาดู วิธีทำพาสปอร์ต 2569 และ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์ เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการเข้าไปใช้บริการที่ สำนักงานหนังสือเดินทาง ตามนี้ได้เลยค่ะ อัพเดท สถานที่ทำพาสปอร์ต ในกรุงเทพ และ ปริมณฑล ต่ออายุพาสปอร์ต ที่ไหน ใกล้บ้าน สะดวก รวดเร็ว พิกัด สถานที่ทําพาสปอร์ต ต่างจังหวัด ทำพาสปอร์ตที่ไหน สะดวก ไม่ต้องเข้ากรุงเทพ วิธีทำพาสปอร์ต 2569 ขั้นตอนต่างๆจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต (หนังสือเดินทาง) ออนไลน์ เข้าเว็บไซต์ https://www.qpassport.in.th เลือก จองคิว เลือกพื้นที่ที่ต้องการเข้ารับบริการทำพาสปอร์ต : พื้นที่ในประเทศไทย หรือ ต่างประเทศ กรอกข้อมูลเพื่อจองคิว กรอกข้อมูลส่วนบุคคล สำหรับการจองคิว เลือกสำนักงานหนังสือเดินทางที่ต้องการเข้าไปใช้บริการ และ เลือกลักษณะการจองคิว (จองคิวสำหรับตัวเอง / จองคิวเป็นกลุ่ม) เลือกวันที่ต้องการเข้าไปใช้บริการ เลือกวิธีการรับเล่มหนังสือเดินทาง (เดินทางไปรับเอง หรือ ส่งทางไปรษณีย์ ภายใน 5 วัน) เงื่อนไขการจองคิวขอทำหนังสือเดินทาง สามารถจองคิวเพื่อขอทำหนังสือเดินทางประเภทบุคคลทั่วไปเท่านั้น สามารถจองคิวสำหรับตนเองและจองคิวเป็นกลุ่ม (ไม่เกิน 4 คน) โดยกรอกข้อมูลของแต่ละคนให้ถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบัน หากตรวจสอบพบว่าให้ข้อมูลไม่ถูกต้องตามฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร ขอสงวนสิทธิที่จะปฏิเสธการทำหนังสือเดินทาง ในการทำหนังสือเดินทางสำหรับผู้เยาว์ (อายุต่ำกว่า 20 ปี) บิดาและมารดาจะต้องเดินทางมาด้วยในวันนัดหมาย โดยหากบิดา/มารดาไม่สามารถมาแสดงตนได้ จะต้องมีหนังสือยินยอมให้ผู้เยาว์เดินทางไปต่างประเทศมาแสดงแทน เมื่อถึงวันนัดหมาย ขอให้ไปถึงสถานที่ให้บริการอย่างน้อย 30 นาทีก่อนเวลานัดหมาย เพื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารก่อน โดยท่านต้องเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนตามที่กำหนด กรณีที่เอกสารไม่ครบถ้วน ขอสงวนสิทธิในการปฏิเสธการยื่นคำร้องขอทำหนังสือเดินทาง การทำหนังสือเดินทางมีการเก็บข้อมูลชีวมาตร ได้แก่ ภาพใบหน้า ลายพิมพ์นิ้วมือ และม่านตา ดังนั้น ผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์ จึงควรใส่คอนแทคเลนส์ใสเท่านั้น เพื่อให้สามารถบันทึกภาพม่านตาตามธรรมชาติ หากท่านไม่สามารถไปรับบริการได้ตามวันและเวลาที่นัดหมาย ท่านสามารถจองคิวใหม่ได้ในวันถัดไป เงื่อนไขในการออกหนังสือเดินทางเป็นไปตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง (ฉบับที่ 1) พ.ศ. 2548 และ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2564 ====================== เอกสารในการทำพาสปอร์ต ผู้ทำพาสปอร์ตอายุ 20 ปี ขึ้นไป ทำพาสปอร์ตครั้งแรก บัตรประชาชนตัวจริงของผู้ขอพาสปอร์ต พาสปอร์ตหมดอายุ บัตรประชาชนตัวจริง พาสปอร์ตเล่มที่หมดอายุ พาสปอร์ตหาย บัตรประชาชนตัวจริง ใบแจ้งความฉบับจริง * ในกรณีเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล หรือ ข้อมูลอื่นๆ ที่ไม่ตรงกับข้อมูลภายในบัตรประชาชน ต้องนำเอกสารไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ ผู้ทำพาสปอร์ตอายุต่ำกว่า 20 ปี (กรณี มาพร้อมบิดา มารดา) อายุ 7 ปี ขึ้นไป บัตรประชาชนตัวจริงของผู้ขอพาสปอร์ต ทะเบียนบ้าน อายุต่ำกว่า 7 ปี สูจิบัตรตัวจริงของผู้ขอพาสปอร์ต บัตรประชาชนตัวจริงของบิดา มารดา (ชาวต่างชาติใช้พาสปอร์ต) เอกสารแสดงความสัมพันธ์และอำนาจปกครองบุตร เช่น ทะเบียนสมรสบิดามารดา กรณีบิดา หรือ มารดา มาไม่ได้ มีเอกสารเพิ่มเติมคือ หนังสือยินยอมให้บุตรทำพาสปอร์ต กรณีเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ที่บิดาและมารดาไม่มาแสดงตน ต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้อื่นพาเด็กมาทำพาสปอร์ต กรณีอื่นๆ เช่น บิดา มารดา หย่าร้าง หรือ เสียชีวิต, บุตรบุญธรรม สามารถดูรายละเอียดเอกสารเพิ่มะเติมที่ https://consular.mfa.go.th บริการทำพาสปอร์ตด้วยเครื่อง Kiosk บริการทำพาร์สปอร์ตด้วยเครื่อง Kiosk ให้บริการทุกวันจันทร์-เสาร์ เวลา 10.00-18.00 น. ณ สำนักงานหนังสือเดินทางฯ ปทุมวัน MBK Center ชั้น 5 โซน A ให้บริการเฉพาะหนังสือเดินทางทั่วไปเท่านั้น ข้อควรรู้ในการทำพาสปอร์ต : ในปัจจุบัน หนังสือเดินทางมีคุณลักษณะที่ออกแบบมาเพื่อความปลอดภัยมากขึ้น โดยมีการเก็บข้อมูลชีวมาตร ได้แก่ ภาพถ่ายใบหน้า การพิมพ์ลายนิ้วมือ และการบันทึกภาพม่านตา ดังนั้น ผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์ จึงควรใส่คอนแทคเลนส์ใสเท่านั้น เพื่อให้สามารถบันทึกภาพม่านตาตามธรรมชาติ ================ ค่าธรรมเนียมในการทำพาสปอร์ต พาสปอร์ตธรรมดา 1,000 บาท (เล่ม 5 ปี) 1,500 บาท (เล่ม 10 ปี) สถานที่รับพาสปอร์ต : กรุงเทพฯ และปริมณฑล จัดส่งไปรษณีย์ 3-5 วันทำการต่างจังหวัด จัดส่งไปรษณีย์ 5-7 วันทำการ พาสปอร์ตด่วนพิเศษ (รับเล่มในวันเดียวกัน) 3,000 บาท (เล่ม 5 ปี) 3,500 บาท (เล่ม 10 ปี) *สามารถทำพาสปอร์ตแบบด่วนพิเศษได้ก่อนเวลา 11.00 น. ที่ กรมการกงสุลสถานที่รับพาสปอร์ต : กรมการกงสุล ================ การรับเล่มพาสปอร์ตด้วยตนเอง (เฉพาะที่กรมการกงสุล) กรณีมารับพาสปอร์ตด้วยตนเอง ใบรับพาสปอร์ตฉบับจริง บัตรประชาชนตัวจริง กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมารับเล่มแทน ใบรับพาสปอร์ตฉบับจริง ซึ่งระบุการมอบอำนาจ สำเนาบัตรประชาชนของผู้มอบอำนาจพร้อมลงนามรับรองเอกสาร บัตรประชาชนตัวจริงของผู้รับมอบอำนาจ รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองหนังสือเดินทางโทร : 0-2572-8442 และ 0-2203-5000 ต่อ 32301E-mail : consular05@mfa.go.th https://consular.mfa.go.th
ทราเวล ทิปส์ • 4 ธ.ค. 66
อ่าน
10 เคสจริงที่มิจฉาชีพใช้หลอกเหยื่อในพริบตา
ในยุคที่โลกออนไลน์คือวิถีชีวิต การแชท โอนเงิน หรือช้อปปิ้งถือเป็นกิจวัตรที่ง่ายดายเพียงปลายนิ้ว แต่น่าเสียดายที่มันกลับกลายเป็นรอยรั่วให้ มิจฉาชีพ ฉกฉวยโอกาส ทางออนไลน์ เพื่อ หลอกลวง ฉ้อโกง สถิติจากศูนย์ AOC 1441 เผยตัวเลขการแจ้งภัยมิจฉาชีพเฉลี่ยวันละ 3,000 สาย หรือเท่ากับทุกนาทีมีคนไทยอย่างน้อย 2 คนกำลังถูกหลอก โดยช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา ความเสียหายรวมจากอาชญากรรมออนไลน์พุ่งทะลุ 13,000 ล้านบาทไปแล้ว ความสูญเสียนี้ไม่ได้หยุดแค่เรื่องทรัพย์สิน แต่ลามไปถึงความเครียดที่บั่นทอนสุขภาวะทั้งกายและใจอย่างน่าเป็นห่วง เมื่อภัยไซเบอร์ กลายเป็นปัญหาใหญ่ระดับประเทศที่บั่นทอนคุณภาพชีวิตเช่นนี้ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ ศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (AOC 1441) จึงชวนกันมาถอดบทเรียนจาก 10 เคสจริง เพื่อแฉกลโกงให้ทุกคน รู้เท่าทันมิจฉาชีพ และสร้างภูมิคุ้มกันดิจิทัลไปพร้อมกัน กลโกง#1 ปลอมตัวตน ปล้นความเชื่อใจ มิจฉาชีพจะเริ่มด้วยการปลอมเป็นบุคคลที่ดูน่าเชื่อถือ หรือหน่วยงานที่มีอำนาจ ทำให้เหยื่อเผลอเชื่อใจและลดการป้องกันตัวลง เคสหลอกให้รักแล้วโอนเงิน: แอบอ้างเป็นพยาบาลต่างประเทศ ทักมาสานสัมพันธ์จนผู้เสียหายตายใจ แล้วหลอกขอค่าขนย้ายทรัพย์สินเพื่อกลับมาแต่งงานที่ไทย สูญเงิน 1,308,000 บาท เคสร้านค้าปลอมหลอกขายของถูก: ปลอมเพจ Facebook ขายปูนซีเมนต์ราคาถูกเกินจริง บีบให้ผู้เสียหายโอนเงินเต็มจำนวน แล้วบล็อกหนีหาย สูญเงิน 1,100,000 บาท เคสเพจที่พักทิพย์: ขโมยรูปวิลล่าหรูมาเปิดเพจปลอม พร้อมเร่งรัดให้โอนจองเต็มจำนวนเพื่อล็อกสิทธิ์ แต่เมื่อไปถึงสถานที่จริงกลับพบว่าไม่มีชื่อในระบบ สูญเงิน 15,000 บาท เคสทหารเรือเก๊หลอกให้ซื้อของ: สวมรอยเป็นทหารเรือสั่งลวดหนามล็อตใหญ่ บีบให้ผู้ประกอบการสั่งของสเป็กพิเศษจาก "ร้านพันธมิตรปลอม" ที่จัดฉากไว้ แล้วเชิดเงินมัดจำหนีไป สูญเงิน 500,000 บาท เคสแอบอ้างเจ้าหน้าที่ PEA: โทรศัพท์มาอ้างเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า เพื่อขอคืนเงินประกันมิเตอร์ไฟฟ้า แล้วหลอกให้ติดตั้งแอปฯ ดูดเงิน จนสูญเงิน 594,570 บาท กลโกง#2 ปั่นอารมณ์ จู่โจมให้ขาดสติ เมื่อเริ่มเชื่อใจ โจรจะเปลี่ยนจังหวะมาจู่โจมที่สมองส่วนอารมณ์ ไม่ว่าจะใช้ความกลัวข่มขู่หรือความรักบีบคั้น เพื่อให้เราสติหลุด ใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล เคสตำรวจปลอมกับคดีฟอกเงิน: โทรศัพท์มาอ้างเป็นตำรวจ ข่มขู่ว่าบัญชีพัวพันคดีฟอกเงินระดับชาติ บีบให้โอนเงินมาตรวจสอบเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ เหยื่อตกใจกลัวจึงยอมโอน สูญเงิน 4,102,169 บาท เคสลูกสาวกำมะลอเสียง AI: มิจฉาชีพใช้เทคโนโลยีเลียนเสียงเป็นลูกสาว โทรหาคุณแม่ อ้างว่าต้องใช้เงินด่วนจ่ายค่ากิจกรรมมหาวิทยาลัย คุณแม่เป็นห่วงรีบร้อนโอนไป สูญเงิน 100,000 บาท เคสหนีเสือปะทนายปลอม: หลอกผู้เสียหายที่กำลังทุกข์ใจเพราะถูกโกง ผ่านเพจ "ทนายอาสา" อ้างว่าช่วยตามเงินคืนได้แต่ขอค่าธรรมเนียมการตรวจสอบ กลายเป็นการสูญเสียซ้ำสองที่เจ็บปวดกว่าเดิม สูญเงินเพิ่ม 363,285 บาท กลโกง#3 วางเหยื่อล่อ ลากเข้าวงจรโอนไม่สิ้นสุด จังหวะสุดท้ายคือการวางเหยื่อล่อ หลอกให้เหยื่อได้กำไรในตอนแรก เพื่อซื้อความตายใจ ก่อนจะล่อให้ทุ่มเงินก้อนใหญ่ และบีบคั้นให้ต้องโอนเพิ่มอย่างไม่จบสิ้น เคสกับดักหุ้น กำไรทิพย์: มิจฉาชีพชักชวนผู้เสียหายให้เทรดหุ้นพลังงานผ่านแอปปลอมที่สร้างกราฟกำไรปลอมขึ้นมาเอง ล่อให้เหยื่อทุ่มเงินเพิ่มไม่หยุด จนสุดท้าย สูญเงิน 8,747,497 บาท เคสงานแพ็กของ รายได้เสริมกลายเป็นหนี้: มิจฉาชีพประกาศรับสมัครงานออนไลน์ ให้ผู้เสียหายทำภารกิจกดรับออเดอร์แลกค่าคอมมิชชัน ยอมให้ถอนยอดน้อยได้จริงในช่วงแรก เพื่อล่อให้ลงเงินก้อนใหญ่ ก่อนจะบล็อกระบบการถอน สูญเงิน 3,023,000 บาท เมื่อตกเป็นเหยื่อต้องทำอย่างไร? เคสตัวอย่างทั้งสิบนี้คือบทเรียนสำคัญที่ย้ำเตือนให้เราต้องสร้างภูมิคุ้มกันดิจิทัล และเท่าทันจังหวะกลโกงอยู่เสมอ แต่หากรู้ตัวว่าพลาดโอนเงินไปแล้ว อย่าเพิ่งหมดหวัง ให้ใช้สูตร "โทร-กด-แจ้ง" ทันที โทร - สายด่วน AOC 1441: ศูนย์ปฏิบัติการนี้ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อช่วยคุณสกัดกั้นเส้นทางการเงินที่ผิดปกติทันทีที่รู้ตัว กด - เลข 1 เพื่อระงับบัญชีม้า: พยายามทำภายใน "1 ชั่วโมง" เพื่อขอรหัส Bank Case ID และให้ธนาคารล็อกบัญชีปลายทางชั่วคราวเป็นเวลา 7 วัน แจ้ง - ความภายใน 7 วัน: รวบรวมหลักฐาน (แชท, สลิป, ลิงก์โปรไฟล์) แล้วไปแจ้งความที่สถานีตำรวจในพื้นที่ เพื่อให้การอายัดบัญชีมีผลทางกฎหมายอย่างสมบูรณ์ จำไว้ว่า! แม้อาจไม่ได้เงินคืนในทันที แต่การแจ้งเหตุที่รวดเร็วจะช่วยหยุดความเสียหายไม่ให้เงินถูกโอนต่อ และเป็นการกำจัด "บัญชีม้า" ออกจากระบบ เพื่อไม่ให้คนอื่นต้องตกเป็นเหยื่อรายต่อไป สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มุ่งหวังให้คนไทยมีสุขภาวะที่ดีและปลอดภัยจาก อาชญากรรมออนไลน์ โดยการสร้าง ภูมิคุ้มกันดิจิทัล ให้เป็นเกราะป้องกันที่เข้มแข็ง เพราะเพียงแค่ "หยุดคิด" ก่อนคลิกลิงก์หรือโอนเงินเพียงเสี้ยววินาที ก็ช่วยปกป้องเงินในบัญชีรวมถึงสุขภาพกายและใจของคุณได้ในระยะยาว สสส. ขอเชิญชวนทุกคนมาร่วมเท่าทันและหยุดวงจรมิจฉาชีพผ่านสื่อรณรงค์ชุดล่าสุด: ภาพยนตร์โฆษณา Uncontrol: https://youtu.be/iwOUuQEa1vw คลิปวิดีโอออนไลน์ ป้าข้างบ้านอวดลูก: https://www.youtube.com/watch?v=95NtmiqttBU และลองศึกษาวิธีการป้องกันมิจฉาชีพเพิ่มเติม รวมถึงแนวทางจัดการตัวเองเมื่อพลาดพลั้ง ได้ที่เว็บไซต์ www.creativehealthcampaign.thaihealth.or.th เพราะภูมิคุ้มกันที่ดีเริ่มต้นที่ตัวเรา เพื่อคุณภาพชีวิตที่ปลอดภัยจากทุกภัยมิจฉาชีพ ติดตามข่าวสารสุขภาพจากทาง สสส. ได้ที่Facebook : Social Marketing Thaihealth by สสส. Line : @thaihealththailand Tiktok: @thaihealth Youtube: SocialMarketingTH Website : Social Marketing Thaihealth
ข่าวประชาสัมพันธ์ • 4 มี.ค. 69
อ่าน
รวมแหล่งกู้สินเชื่อเงินด่วนถูกกฎหมาย มีอะไรบ้าง
เจาะลึก 5 แหล่งสินเชื่อด่วนถูกกฎหมายปี 2569 อนุมัติไว ไม่ต้องเสี่ยงหนี้นอกระบบ ในยุคที่สภาพเศรษฐกิจมีความผันผวน การมองหาช่องทางเสริมสภาพคล่องด้วยการกู้สินเชื่อถูกกฎหมาย กลายเป็นเรื่องที่หลายคนให้ความสนใจ บทความนี้จะพาทุกท่านไปเจาะลึกแหล่งเงินทุนที่เชื่อถือได้ อนุมัติไว และถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้คุณก้าวผ่านวิกฤตทางการเงินในปี 2569 ได้อย่างปลอดภัย โดยไม่ต้องเอาชีวิตไปเสี่ยงกับหนี้นอกระบบที่อันตราย สินเชื่อเงินด่วนถูกกฎหมายคืออะไร สินเชื่อเงินด่วนถูกกฎหมาย คือ บริการทางการเงินจากสถาบันการเงินที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ไม่ว่าจะเป็นธนาคารพาณิชย์ หรือผู้ให้บริการที่ไม่ใช่ธนาคาร (Non-Bank) โดยมีลักษณะเด่นคือการระบุอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมอย่างชัดเจน โปร่งใส มีหลักฐานการชำระเงินที่ตรวจสอบได้ และดอกเบี้ยต้องไม่เกินที่กฎหมายกำหนด ทำให้ผู้กู้มั่นใจได้ว่าจะได้รับความเป็นธรรมตลอดอายุสัญญา 5 แหล่งสินเชื่อด่วนถูกกฎหมายปี 2569 สำหรับใครที่กำลังมองหาตัวช่วยทางการเงินที่วางใจได้ ในปี 2569 นี้มีแหล่งเงินทุนถูกกฎหมายที่ตอบโจทย์ความต้องการหลากหลายรูปแบบ ดังนี้ 1. สินเชื่อส่วนบุคคล เป็นสินเชื่อที่เน้นความอเนกประสงค์ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเงินก้อนไปจัดการภาระต่าง ๆ จุดเด่นคือไม่ต้องใช้หลักทรัพย์หรือบุคคลค้ำประกัน การพิจารณาจะดูจากฐานรายได้และความมั่นคงทางการเงินเป็นหลัก ปัจจุบันมีการพัฒนาให้ขอได้สะดวกขึ้นผ่านช่องทางต่าง ๆ ของสถาบันการเงินที่เชื่อถือได้ 2. สินเชื่อจำนำทะเบียนรถ ทางเลือกยอดนิยมสำหรับคนมีรถแต่ไม่อยากจอดรถทิ้งไว้ เพียงใช้เล่มทะเบียนรถเป็นหลักประกันในการกู้สินเชื่อ ก็สามารถรับเงินสดไปหมุนเวียนได้ทันที โดยที่คุณยังคงมีรถไว้ขับไปทำงานหรือประกอบอาชีพตามปกติ ที่สำคัญคืออาชีพอิสระที่ไม่มีสลิปเงินเดือนก็สามารถยื่นขอสินเชื่อประเภทนี้ได้ไม่ยาก 3. บัตรกดเงินสด เป็นวงเงินสำรองพร้อมใช้ที่เน้นความคล่องตัวสูง เมื่อได้รับอนุมัติวงเงินแล้วคุณสามารถเบิกถอนเงินสดผ่านตู้ ATM หรือโอนเข้าบัญชีผ่านแอปพลิเคชันได้ตลอด 24 ชั่วโมง ข้อดีคือคิดดอกเบี้ยตามยอดที่ใช้จริง และเมื่อชำระคืน วงเงินก็จะหมุนเวียนกลับมาให้คุณใช้ใหม่ได้ทันทีในยามฉุกเฉิน 4. สินเชื่อที่ดินแลกเงิน สินเชื่อสำหรับผู้ที่มีสินทรัพย์เป็นอสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นที่ดินเปล่า หรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง โดยการนำโฉนดมาเป็นหลักประกันแลกเงินก้อน วิธีนี้มักจะได้วงเงินที่ค่อนข้างสูงและดอกเบี้ยที่ถูกกว่าสินเชื่อบางประเภท แต่อยากให้พิจารณาเป็นทางเลือกท้าย ๆ หากที่ดินนั้นเป็นที่อยู่อาศัยเพียงแห่งเดียวของคุณ 5. สินเชื่อส่วนบุคคลออนไลน์ นวัตกรรมการเงินที่ตอบโจทย์ชีวิตดิจิทัลที่สุด เพราะสามารถสมัครผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนได้ 100% บางผู้ให้บริการทราบผลอนุมัติไวมากภายใน 10-30 นาที ใช้ข้อมูลทางเลือก (Alternative Data) ในการพิจารณาแทนเอกสารกระดาษ ทำให้ผู้ที่เข้าถึงสินเชื่อธนาคารได้ยากมีโอกาสได้รับเงินทุนที่ถูกต้องตามกฎหมายมากขึ้น ข้อควรระวังที่ต้องรู้ แม้จะเป็นแหล่งเงินทุนที่ถูกกฎหมาย แต่การกู้สินเชื่อก็มีข้อควรระวังที่ต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วนเพื่อสุขภาวะทางการเงินที่ดี ตรวจสอบผู้ให้บริการ: ก่อนตัดสินใจสมัคร ควรตรวจสอบรายชื่อแอปพลิเคชันหรือสถาบันการเงินผ่านเว็บไซต์ธนาคารแห่งประเทศไทยเสมอเพื่อป้องกันมิจฉาชีพแอบอ้าง ประเมินความสามารถในการชำระ: ไม่ควรกู้เกินกำลังรายได้ที่มี เพราะภาระหนี้ที่สูงเกินไปอาจส่งผลกระทบต่อเครดิตในระยะยาว อ่านสัญญาให้ละเอียด: ตรวจสอบอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมแฝงต่าง ๆ ให้แน่ใจว่าถูกต้องตามที่ตกลงกันไว้ก่อนกดยืนยัน ผู้เชี่ยวชาญจาก Promise เน้นย้ำถึงการกู้สินเชื่ออย่างปลอดภัยว่า ควรตรวจสอบรายชื่อผู้ให้บริการผ่านเว็บไซต์ธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนทุกครั้งเพื่อป้องกันมิจฉาชีพ พร้อมทั้งควรประเมินรายได้เพื่อไม่ให้กู้เกินกำลังจนกระทบต่อเครดิตในระยะยาว และที่สำคัญต้องตรวจสอบรายละเอียดสัญญา อัตราดอกเบี้ย รวมถึงค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ให้ถี่ถ้วนก่อนกดยืนยันเพื่อให้มั่นใจว่าได้รับเงื่อนไขที่เป็นธรรม สรุปบทความ การเลือกใช้บริการทางการเงินจากแหล่งที่ถูกต้องตามกฎหมายในปี 2569 เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้การจัดการปัญหาการเงินมีความมั่นคงและปลอดภัย การเข้าถึงสถาบันการเงินที่น่าเชื่อถือด้วยเงื่อนไขที่ชัดเจนและเป็นธรรม จะช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกเอารัดเอาเปรียบ โดยสามารถดำเนินการผ่านช่องทางที่สะดวกทั้งรูปแบบสาขาหรือแอปพลิเคชัน เพื่อช่วยเสริมสภาพคล่องส่วนบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพ คำเตือน: ควรเลือกกู้เงินจากแหล่งที่ถูกกฎหมายและตรวจสอบรายชื่อผู้ให้บริการผ่านเว็บไซต์แบงก์ชาติทุกครั้งเพื่อความปลอดภัย ควรประเมินความสามารถในการชำระหนี้และกู้เท่าที่จำเป็น เพื่อรักษาเครดิตทางการเงินและป้องกันปัญหาหนี้สินเกินตัวในอนาคต
ข่าวประชาสัมพันธ์ • 23 ก.พ. 69
อ่าน
อยากเข้าเกาหลีต้องทำไง? 5 หลักเตรียมตัวฉบับ 2026 ผ่านตม. เกาหลีฉลุย ไม่ต้องลุ้น
อันยองฮาเซโย~ ปี 2026 นี้ ใครมีแพลนจะไปล่าอปป้า กินหมูย่างที่โซล หรือไปถ่ายรูปเช็กอินคาเฟ่สุดปังที่ เกาหลีใต้ บ้างยกมือขึ้น เชื่อว่าหลายคนยังแอบหวั่นใจกับ ตม. เกาหลี ในตำนาน ที่ทุกวันนี้ก็ยังมีข่าวให้เห็นอยู่ทุกวัน วันนี้เราเลยรวบรวมข้อมูลมาแชร์กันแบบเน้นๆ เพราะสิ่งที่ทำให้เราติด ตม. ไม่ใช่แค่เรื่องดวง แต่คือเรื่อง "ความสมเหตุสมผล" ล้วนๆ! ใครอยากเที่ยวเกาหลี มาเช็กลิสต์เตรียมตัวตามนี้เลย Yusia13 / Shutterstock.com อยากเข้าเกาหลีต้องทำไง? 5 วิธีเตรียมตัวฉบับ 2026 การเตรียมตัวดีคือการให้เกียรติกติกาบ้านเขา ถ้าข้อมูลเราเป๊ะ ความมั่นใจเรามา พี่ ตม. เกาหลีก็ขวางเราไม่ได้ 1. ที่พักต้องชัดเจน 🏠 กรณีพักบ้านเพื่อน หรือคนรู้จัก ถ้ากรอกที่อยู่เป็นบ้านคนอื่น เตรียมตัวโดนถาม! เพื่อนชื่ออะไร ทำงานอะไร สนิทกันได้ยังไง ถ้าตอบตะกุกตะกัก หรือเจ้าบ้านไม่รับสายตอน ตม. โทรเช็ค = ส่งกลับทันที จองโรงแรมเพื่อหลอก ใครที่กะจองแล้วยกเลิกขอบอกว่าอย่าหาทำ! ตม. มีระบบเช็คอินออนไลน์ ถ้าตรวจพบว่าบุ๊คกิ้งถูกแคนเซิลไปแล้ว หรือชื่อไม่ตรงคนเดินทาง เขาจะถือว่าเราบิดเบือนข้อมูล ทำเลต้องสงสัย จองเกสต์เฮาส์ราคาถูกเว่อร์ในย่านแรงงานหนาแน่น (เช่น อึมซอง หรือ คยองกี) อันนี้พี่ ตม. เขาเพ่งเล็งเป็นพิเศษว่ามาเที่ยวจริงหรือมาหางานกันแน่ 2. แผนเที่ยวต้องไม่ใช่แค่ Copy-Paste 🗺️ แผนเที่ยวแบบลอยๆ "Day 1: Seoul, Day 2: jeju island" แบบนี้ใครก็พิมพ์ได้! แผนเที่ยวที่ดีต้องมีรายละเอียดว่าเดินทางยังไง อยู่ตรงไหน แผนไม่เมคเซนส์ พักโซลแต่จะไปปูซานทุกวัน? หรือที่พักอยู่ไกลมากแต่แผนเที่ยวมีแค่ในเมือง แบบนี้พี่ ตม. ดูออกว่าไม่ได้ตั้งใจมาเที่ยวจริง จำแผนตัวเองไม่ได้ ตม. อาจจะถามคำถามเดิมซ้ำๆ ถ้าเราจำไม่ได้ว่าพรุ่งนี้จะไปไหน หรือตอบไม่ตรงกับที่พิมพ์มา อันนี้งานเข้าแน่ 3. โปรไฟล์งานต้องเป๊ะ 💼 ใบรับรองการทำงาน ต้องเป็นภาษาอังกฤษที่มีหัวจดหมายบริษัทชัดเจน เบอร์โทรที่ระบุต้องติดต่อได้จริง (ไม่ใช่เบอร์มือถือ) ชาว Freelance / อาชีพอิสระ ต้องโชว์ Statement สวยๆ มียอดเงินสม่ำเสมอ ยืนยันว่าเรามีรายได้เลี้ยงชีพ และตั้งใจกลับมาทำงานต่อที่ไทย ระวัง Social Media ยุคนี้ ตม. ขอดู TikTok/Facebook ได้ ถ้าเคยโพสต์ถามเรื่องงาน หรือกดติดตามเพจ "หางานเกาหลี" บอกเลยว่า จบเห่ 4. ท่าทาง และการสื่อสาร 🗣️ ประหม่าเกินไปมีพิรุธ การหลบสายตา มือสั่น ตอบเสียงเบา ทำให้ดูไม่น่าเชื่อถือ พึ่งพา Google Translate มากไป ถ้าภาษาอังกฤษไม่ได้เลยแม้แต่พื้นฐาน ตม. จะสงสัยว่าเราจะเอาตัวรอดได้ยังไงในฐานะนักท่องเที่ยว อย่าเถียงเจ้าหน้าที่ ต่อให้เรามั่นใจแค่ไหน การแสดงอาการฉุนเฉียวจะทำให้ ตม. ตัดสินใจส่งเรากลับได้ง่ายขึ้นทันที 5. กระเป๋าเดินทางบอกความตั้งใจ 🧳 พกยาเยอะเกิน พกยาแก้ปวด ยาคลายเส้นไปเป็นแผงๆ เหมือนจะไปอยู่เป็นปี แบบนี้โดนสงสัยแน่ แฟชั่นต้องตรงฤดูไปหน้าหนาวแต่ใส่เสื้อสายเดี่ยวไม่มีเสื้อคลุม หรือพกชุดที่ดูเหมือนจะไปลงไร่ลงสวน (รองเท้าบูท ปลอกแขน) อันนี้เสี่ยงโดนเรียกเข้าห้องเย็นสุดๆ เงินวอนต้องมี แม้ตอนนี้จะใช้บัตรเครดิต/สแกนจ่ายได้แทบทุกที่ แต่การไม่มีเงินสดวอนติดตัวเลย ตม. จะมองว่าเรางบไม่พอเที่ยวได้นะ ====================
ทราเวล ทิปส์ • 28 ม.ค. 69
อ่าน
2 ขั้นตอนสั้นๆ พาสปอร์ตหายในต่างประเทศ ต้องทำยังไง รู้ไว้ก่อนเดินทาง
สำหรับคนไทยที่จะเดินทางไปต่างประเทศ ไม่ว่าจะไป ทำงาน หรือ ไปเที่ยว หากพาสปอร์ต หรือ หนังสือเดินทาง หาย ระหว่างการเดินทาง ไม่ต้องตกอกตกใจไปค่ะ เรามี 2 ขั้นตอนต้องทำ มาบอกกันตามนี้ พาสปอร์ตหายในต่างประเทศ ต้องทำยังไง มาดูกันได้เลย! อัปเดต สถานที่ทำพาสปอร์ต 2569 ในกรุงเทพ ปริมณฑล ต่ออายุพาสปอร์ต ที่ไหน พาสปอร์ตหายในต่างประเทศ ต้องทำไง? แจ้งความกับ สถานีตำรวจในท้องที่ ที่เอกสารหาย ติดต่อ สถานเอกอัครราชทูต หรือ สถานกงสุลใหญ่ เพื่อขอรับความช่วยเหลือในการออกเอกสารการเดินทางไทยฉบับใหม่ ได้แก่ เอกสารเดินทางฉุกเฉิน (กรณีต้องเดินทางผ่านประเทศอื่น ก่อนเดินทางกลับประเทศไทย) เอกสารเดินทางฉุกเฉิน (Emergency Travel Document) หรือ หนังสือเดินทางฉุกเฉิน (Emergency Passport) สามารถใช้แทนหนังสือเดินทางตัวจริงได้ ภาพจาก : กรมการกงสุล คำแนะนำเพิ่มเติม เก็บสำเนาเอกสาร : ถ่ายสำเนาพาสปอร์ต บัตรประชาชน วีซ่า และเก็บแยกจากตัวจริงเสมอ มีประกันเดินทาง : ประกันเดินทางช่วยครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการทำเอกสารเดินทางใหม่ และมีสายด่วนช่วยเหลือ 24 ชั่วโมง
ทราเวล ทิปส์ • 13 ม.ค. 69
อ่าน
เตือนภัยไซเบอร์ "ใบขับขี่ออนไลน์" ไม่มีอยู่จริง! อย่าเสี่ยงเสียเงินฟรี แถมโทษถึงขั้นติดคุก!
กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ออกโรงเตือนภัยอย่างหนัก! ในยุคที่โลกออนไลน์รวดเร็วฉับไว มิจฉาชีพก็ฉวยโอกาสนี้มาหลอกลวงประชาชนผ่านช่องทางต่าง ๆ ทั้งโซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ และแอปพลิเคชัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแอบอ้าง "รับทำหรือต่ออายุใบขับขี่ออนไลน์" ที่กำลังระบาดหนักอยู่ในขณะนี้ ขอย้ำเตือนชัด ๆ ตรงนี้เลยว่า การทำหรือต่ออายุใบขับขี่ทุกชนิด ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่งทั่วประเทศเท่านั้น! การทำธุรกรรมผ่านออนไลน์แล้วรอรับใบขับขี่ที่บ้านนั้น ไม่มีอยู่จริง หากหลงเชื่อ นอกจากจะเสียเงินฟรีแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีอาญาอีกด้วย! กลโกงมิจฉาชีพ: "ทำใบขับขี่ด่วน ไม่ต้องไปขนส่ง!" นายเสกสม อัครพันธุ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบกและโฆษกกรมการขนส่งทางบก ได้เปิดเผยพฤติกรรมของมิจฉาชีพที่มักใช้กลโกงเพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อ โดยพวกรีบเหล่านี้จะสร้างความน่าเชื่อถือด้วยวิธีการดังนี้: แอบอ้างอย่างแนบเนียน: ใช้รูปตราสัญลักษณ์ของกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) รวมถึงรูปภาพของผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ มาใส่ในรูปโปรไฟล์ หรือใช้เป็นภาพประกอบการโฆษณา สร้างหลักฐานปลอม: นำรูปภาพของบุคคลอื่นที่ได้รับใบขับขี่จริง มาแอบอ้างว่าตนเองสามารถดำเนินการให้ได้สำเร็จ คำโฆษณาชวนเชื่อ: มักใช้ถ้อยคำหลอกลวงที่ดึงดูดใจสำหรับคนไม่มีเวลา เช่น รับทำใบขับขี่ ต่อใบขับขี่ สำหรับคนไม่มีเวลา ไม่ต้องเดินทางไปขนส่ง สามารถรอรับที่บ้านได้เลย ล่อให้ติดกับ: เมื่อประชาชนสนใจและติดต่อเข้าไป มิจฉาชีพจะใช้วิธีโทรติดต่อหรือส่งข้อความให้ Add Line เพื่อพูดคุยรายละเอียด และเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในอัตราที่สูงกว่าที่กฎหมายกำหนดหลายเท่าตัว หากประชาชนหลงเชื่อทำธุรกรรมกับกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้ นอกจากจะถูกหลอกให้สูญเสียทรัพย์สินแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกนำเอกสารส่วนบุคคลไปใช้ในทางมิชอบอีกด้วย โทษร้ายแรงกว่าที่คิด: เสี่ยง "คุก" หากใช้ใบขับขี่ปลอม! เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การเสียเงิน แต่ร้ายแรงถึงขั้นมีความผิดทางอาญาเลยทีเดียว! หากคุณหลงเชื่อและได้รับใบขับขี่ปลอมมาจากกลุ่มมิจฉาชีพ คุณจะมีความผิดฐาน ปลอมแปลงหรือใช้เอกสารราชการปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งมีโทษรุนแรงถึงขั้น จำคุกตั้งแต่ 6 เดือน 5 ปี และปรับตั้งแต่ 10,000 100,000 บาท ดังนั้น การเลือกใช้บริการนอกระบบที่อ้างว่า "สะดวก" จึงเป็นการแลกกับความเสี่ยงที่สูงเกินไป! ข้อมูลที่ถูกต้อง: ใบขับขี่ต้องทำที่ "สำนักงานขนส่ง" เท่านั้น! กรมการขนส่งทางบกได้เน้นย้ำและยืนยันมาตรฐานการให้บริการทั่วประเทศว่า กระบวนการขอรับและต่ออายุใบขับขี่รถทุกชนิดมีขั้นตอนที่กำหนดไว้ชัดเจน และยังต้องดำเนินการที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น ซึ่งประกอบด้วย: การตรวจสอบเอกสาร การทดสอบสมรรถภาพร่างกาย การอบรม (ยกเว้นต่ออายุบางประเภท) การทดสอบข้อเขียน การทดสอบขับรถ การถ่ายรูปเพื่อออกใบอนุญาต (ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ต้องมาดำเนินการที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น) อัตราค่าธรรมเนียมที่ถูกต้องตามกฎหมาย (รวมค่าคำขอ): ขอรับใบอนุญาตขับรถใหม่: รถยนต์ 205 บาท, รถจักรยานยนต์ 105 บาท ต่ออายุใบอนุญาตขับรถ: รถยนต์ 505 บาท, รถจักรยานยนต์ 255 บาท หากต้องการข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับขั้นตอนการทำธุรกรรม หรือตรวจสอบเอกสารอย่างเป็นทางการ สามารถเข้าชมได้ที่เว็บไซต์หลักของกรมการขนส่งทางบกเท่านั้น คือ https://www.dlt.go.th/ ดังนั้น หากพบการกระทำความผิด การโฆษณาชวนเชื่อ หรือมีพฤติกรรมหลอกลวงในลักษณะดังกล่าว ให้ถือว่าเป็นมิจฉาชีพทันที! โปรดอย่าหลงเชื่อหรือทำธุรกรรมกับแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ที่น่าสงสัยเด็ดขาด เพื่อป้องกันการสูญเสียทั้งทรัพย์สินและเอกสารส่วนบุคคล หากพบเบาะแสการหลอกลวง สามารถแจ้งไปยังกรมการขนส่งทางบกได้โดยตรง หรือโทร สายด่วน 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้กรมฯ ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกราย! Photo Credit : AI Generated
ข่าวยานยนต์ • 9 ธ.ค. 68
อ่าน
9 กลโกงมิจฉาชีพ ที่พบบ่อยในสนามบินและสถานีขนส่ง
ใครที่ต้องเดินทางบ่อยๆ ไม่ว่าจะไปเที่ยว ไปทำงาน การจะต้องใช้บริการสนามบิน หรือสถานีขนส่งสาธารณะถือเป็นเรื่องปกติ แต่เรื่องน่ารู้ก็คือสถานที่คนพลุกพล่านแบบนี้แหละ เป็นแหล่งรวมตัวของมิจฉาชีพที่แฝงตัวมาหลอกลวงนักเดินทางแบบเราๆ ที่สำคัญอาจประสบพบเจอได้ทุกๆ ที่บนโลก วันนี้เราจะพาคุณมารู้จักกับ 10 กลโกงที่พบบ่อย ดังต่อไปนี้ 9 กลโกงมิจฉาชีพ ที่พบบ่อยในสนามบินและสถานีขนส่ง 1. คิดค่าโดยสารเกินจริง หนึ่งในกลโกงสุดคลาสสิกคือการคิดค่าโดยสารเกินจริง โดยเฉพาะแท็กซี่ที่ไม่มีมิเตอร์ หรือบางทีคนขับก็จะอ้างว่า "มิเตอร์เสีย" หรือ "เส้นทางนี้มีค่าธรรมเนียมพิเศษ" ทางที่ดีควรใช้แอปพลิเคชันเรียกรถที่น่าเชื่อถือ สอบถามราคากับคนในพื้นที่ก่อนใช้บริการ หรือเรียกแท็กซี่จากจุดเรียกอย่างเป็นทางการของสนามบินนั้นๆ ไปเลย 2. แบงก์ปลอมทอนเงิน มิจฉาชีพบางรายใช้วิธีทอนเงินเป็นแบงก์ปลอมให้นักท่องเที่ยวที่ไม่คุ้นเคยกับสกุลเงินของประเทศนั้นๆ หรือไม่ก็แกล้งทอนเงินผิดให้เรา อย่าลืมควรตรวจสอบธนบัตรทุกครั้งก่อนรับ หรือพยายามจ่ายด้วยเงินสดที่เตรียมไว้พอดีไปเลย 3. กระเป๋าหายจากจุดตรวจสอบสัมภาระ การเอากระเป๋าเข้าเครื่อง X-Ray และจุดสายพานลำเลียงสัมภาระ เป็นอีกจุดที่มีคนทำของหายตรงนี้บ่อยๆ เพราะเป็นพื้นที่เสี่ยงที่มิจฉาชีพอาจฉวยโอกาสขโมยของระหว่างที่คุณกำลังยุ่งอยู่กับการตรวจเอกสาร ควรจับตาดูสัมภาระของตัวเองตลอดเวลา และหลีกเลี่ยงการวางของมีค่าบนสายพานลำเลียงสัมภาระนานเกินไป 4. คนแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ มิจฉาชีพบางคนปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่สนามบินหรือเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง และอ้างว่าต้องตรวจสอบเอกสารหรือสัมภาระเพิ่มเติม แล้วเรียกเก็บค่าธรรมเนียมแปลกๆ การป้องกันคือ ขอให้พวกเขาแสดงบัตรประจำตัว ถ้าดูน่าสงสัยให้เดินไปที่เคาน์เตอร์ของสนามบินเพื่อตรวจสอบกันไปเลย 5. การแจกของฟรีที่แฝงกลโกง คุณอาจพบคนที่แจกของฟรี เช่น สร้อยข้อมือ แผ่นพับ หรือเครื่องราง แต่พอคุณรับไปแล้ว พวกเขาจะเรียกร้องเงินค่าตอบแทน หรืออ้างว่าคุณติดเงินต้องจ่ายให้เขา ทางที่ดีที่สุดคือปฏิเสธทันที และรีบเดินหนีออกไป 6. หลอกให้แลกเงินในอัตราไม่เป็นธรรม บางครั้งคุณอาจพบคนเสนอให้แลกเงินในอัตราที่ดูดีกว่าธนาคาร แต่สุดท้ายได้เงินปลอมกลับมาเฉย หรือไม่ก็โดนแลกในอัตราแลกเปลี่ยนที่ไม่คุ้มค่า หันไปใช้บริการแลกเงินจากแหล่งที่เชื่อถือได้ไปเลยดีกว่า เช่น ธนาคาร หรือบูธแลกเงินที่ได้รับการรับรอง 7. Wi-Fi ปลอมขโมยข้อมูล มิจฉาชีพบางรายตั้งจุดเชื่อมต่อ Wi-Fi ฟรีที่มีชื่อคล้ายกับเครือข่ายของสนามบิน เมื่อคุณเชื่อมต่อ พวกเขาอาจขโมยข้อมูลส่วนตัวของคุณได้ ทางที่ดีควรใช้ Wi-Fi ที่สนามบินจัดให้เท่านั้น และหลีกเลี่ยงการทำธุรกรรมออนไลน์สำคัญในที่สาธารณะ อ่านกลโกงนี้เพิ่มเติมได้ใน รู้ทันมิจฉาชีพ! Free Wi-Fi กับดักดูดเงินตามที่สาธารณะ สนามบิน สถานีรถไฟ 8. หลอกให้เซ็นเอกสาร บางครั้งคุณอาจพบคนที่ขอให้คุณเซ็นชื่อในเอกสารเพื่อ "สนับสนุนการกุศล" แต่พอเซ็นเสร็จ พวกเขาจะเรียกร้องเงินค่าบริจาคในจำนวนที่สูง ทางที่ดีควรปฏิเสธทันที 9. การโก่งราคาสินค้าและบริการ ในบางสนามบินหรือสถานีขนส่ง ร้านค้าหรือพ่อค้าเร่ อาจตั้งราคาสินค้าหรือบริการแพงกว่าปกติ โดยเฉพาะของที่นักท่องเที่ยวมักซื้อ ทางที่ดีควรเปรียบเทียบราคาก่อนซื้อ หรือหากเป็นไปได้ ให้ซื้อจากแหล่งที่คนท้องถิ่นนิยมใช้ สนามบิน และสถานีขนส่งเป็นจุดที่นักเดินทางหลายคนต้องผ่าน ซึ่งก็มาพร้อมกับความเสี่ยงจากกลโกงรูปแบบต่างๆ ด้วย หากคุณเดินทางไปต่างประเทศหรือแม้แต่ภายในประเทศ ควรมีสติ ตรวจสอบข้อมูล และใช้วิจารณญาณให้ดีเมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่น่าสงสัย เท่านี้ก็ช่วยให้คุณปลอดภัยจากมิจฉาชีพ และเดินทางได้อย่างสบายใจมากขึ้น ====================
ทราเวล ทิปส์ • 29 พ.ย. 68
อ่าน
รู้ทันมิจฉาชีพ! กลลวงที่พักปลอม เพจปลอม หลอกโอนเงินจองออนไลน์
ในยุคที่การท่องเที่ยวเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน การจองที่พักออนไลน์กลายเป็นเรื่องปกติที่ใครๆ ก็ทำได้ง่ายๆ เพียงไม่กี่คลิก แต่ท่ามกลางความสะดวกสบายนี้ ก็มีมิจฉาชีพที่คอยแฝงตัวมาในรูปแบบของเว็บไซต์ปลอม เพจปลอม หรือแอปพลิเคชันจองที่พักปลอม เพื่อหลอกให้เราเสียเงิน และข้อมูลส่วนตัว วันนี้เราจะพาคุณมา รู้ทันกลลวงออนไลน์พร้อมวิธีตรวจสอบความน่าเชื่อถือของที่พักที่คุณกำลังจะจอง รู้ทันมิจฉาชีพ! Free Wi-Fi กับดักดูดเงินตามที่สาธารณะ สนามบิน สถานีรถไฟ รู้ทันมิจฉาชีพ! กลลวงที่พักปลอม หลอกโอนเงินจองออนไลน์ 1. ตรวจสอบ URL และชื่อเว็บไซต์ให้ดี เว็บไซต์ปลอมมักมีชื่อคล้ายกับเว็บไซต์จองที่พักชื่อดัง แต่จะมีความผิดปกติเล็กน้อย เช่น ตัวอักษรผิดหรือมีสัญลักษณ์แปลกๆ ใน URL เช่น "bo0king.com" แทน "booking.com" ดังนั้นก่อนกดจอง ควรตรวจสอบ URL ให้แน่ใจว่าเป็นเว็บไซต์จริง 2. สังเกตการันตีความปลอดภัย (SSL) เว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือควรมี SSL Certificate ซึ่งสังเกตได้จากไอคอนรูปกุญแจหรือคำว่า "https://" ที่อยู่หน้าชื่อเว็บไซต์ หากไม่มีสิ่งเหล่านี้ แสดงว่าเว็บไซต์นั้นอาจไม่ปลอดภัย และเสี่ยงต่อการถูกโจรกรรมข้อมูล 3. อ่านรีวิวจากผู้ใช้งานจริง รีวิวเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้คุณรู้จักที่พัก และเว็บไซต์นั้นๆ มากขึ้น ลองค้นหารีวิวจากหลายๆ แหล่ง เช่น Google, TripAdvisor หรือ Pantip เพื่อดูว่ามีใครเคยใช้บริการ และประสบการณ์เป็นอย่างไร หากพบรีวิวแย่ๆ หรือรีวิวที่ดูไม่น่าเชื่อถือ ให้ระวังไว้ก่อน 4. เปรียบเทียบราคา หากพบว่าที่พักแห่งหนึ่งมีราคาถูกกว่าปกติมากๆ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับที่พักอื่นในบริเวณใกล้เคียง นี่อาจเป็นสัญญาณของกลลวง ลองเปรียบเทียบราคากับเว็บไซต์อื่นๆ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่โดนหลอก 5. ตรวจสอบข้อมูลติดต่อ เว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือควรมีช่องทางติดต่อที่ชัดเจน เช่น เบอร์โทรศัพท์, อีเมล, หรือที่อยู่จริง หากเว็บไซต์ไม่มีข้อมูลเหล่านี้หรือข้อมูลไม่ชัดเจน ให้สงสัยไว้ก่อนว่าอาจเป็นเว็บไซต์ปลอม 6. อย่าเชื่อข้อเสนอที่ดูดีเกินจริง ข้อเสนอแบบ "จองวันนี้ฟรี!" หรือ "ส่วนลดสูงสุด 90%" มักเป็นกลลวงที่ใช้ล่อลวงผู้ใช้งาน ให้ลองตรวจสอบเงื่อนไขให้ดีก่อนตัดสินใจจอง เพราะบางครั้งอาจมีค่าธรรมเนียมแอบแฝงหรือเงื่อนไขที่ทำให้คุณเสียเงินมากกว่าที่คิด 7. ใช้ช่องทางการจองที่ปลอดภัย ควรจองที่พักผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันที่มีชื่อเสียง และเชื่อถือได้ เช่น Booking.com, Agoda, หรือ Airbnb หลีกเลี่ยงการจองผ่านลิงก์แปลกๆ ที่ส่งมาในอีเมลหรือข้อความ 8. ตรวจสอบนโยบายการคืนเงิน ก่อนจองที่พัก ควรอ่านนโยบายการคืนเงินให้เข้าใจ หากเว็บไซต์ไม่มีนโยบายนี้หรือเงื่อนไขไม่ชัดเจน อาจเป็นสัญญาณว่าคุณกำลังเจอกับเว็บไซต์ปลอม 9. อย่าให้ข้อมูลส่วนตัวเกินจำเป็น เว็บไซต์ปลอมมักขอข้อมูลส่วนตัวมากเกินไป เช่น หมายเลขบัตรเครดิต, รหัสผ่าน, หรือข้อมูลบัญชีธนาคาร โดยไม่มีเหตุผลสมควร ควรให้ข้อมูลเฉพาะที่จำเป็นเท่านั้น และหลีกเลี่ยงการกรอกข้อมูลสำคัญในเว็บไซต์ที่ไม่น่าเชื่อถือ 10. ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับกลลวงออนไลน์ มิจฉาชีพมักเปลี่ยนรูปแบบการหลอกลวงอยู่เสมอ ดังนั้นการอัปเดตข่าวสารเกี่ยวกับกลลวงออนไลน์จะช่วยให้คุณรู้เท่าทันและป้องกันตัวเองได้ดีขึ้น ====================
ทราเวล ทิปส์ • 28 พ.ย. 68
อ่าน
อัปเดต สถานที่ทำพาสปอร์ต 2569 ในกรุงเทพ ปริมณฑล ต่ออายุพาสปอร์ต ที่ไหน
ใครที่ พาสปอร์ตหมดอายุ หรือต้องการ ทำพาสปอร์ตเล่มใหม่ เพื่อที่วางแผนจะเดินทางเที่ยวต่างประเทศในเร็วๆ นี้ ตามเรามาอัปเดตได้เลยค่ะกับ สถานที่ทำพาสปอร์ต 2569 ในกรุงเทพ และ ปริมณฑล ใกล้ๆ บ้าน ต่ออายุพาสปอร์ต หรือ ทำพาสปอร์ตใหม่ ก็สะดวกสบายและรวดเร็ว มาดูกันว่า สถานที่ให้บริการหนังสือเดินทาง ที่ไหนใกล้ๆ บ้านกันบ้างค่ะ วิธีทำพาสปอร์ต และ วิธีจองคิวล่วงหน้าทำพาสปอร์ต ออนไลน์ ที่ทําพาสปอร์ต ต่างจังหวัด ทำพาสปอร์ตที่ไหน สะดวก ไม่ต้องเข้ากรุงเทพ ทำพาสปอร์ตเด็ก เอกสาร ต่างๆ ในการทำพาสปอร์ต พาลูกเที่ยวต่างประเทศ สถานที่ทำพาสปอร์ต ในกรุงเทพ ปริมณฑลต่ออายุพาสปอร์ต ทำหนังสือเดินทางเล่มใหม่ ที่ไหนดี 1. กรมการกงสุล แจ้งวัฒนะ วันทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : 123 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/J9ZRCjeMsCxV64H89 โทร : 0-2203-5000 กด 1 เพื่อติดต่อกรมการกงสุลCall Center 0-2572-8442 ================ 2. สำนักงานหนังสือเดินทาง ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา (รับทำเฉพาะหนังสือเดินทางราชการเท่านั้น) วันทำการ : วันจันทร์ - ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา (อาคารบี ประตูฝั่งทิศตะวันออก) ชั้น 7 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/nQvYqW148Ke6FbYK6 โทร : 0-2143-7680 ================ 3. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว บางนา - ศรีนครินทร์ วันทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ ชั้น 1 โซน C ถนนศรีนครินทร์ แขวงสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/xj3deaM46uimNmKs6 โทร : 0-2136-3800, 0-2136-3802 และ 09-3010-5246 ================ 4. บริการทำพาสปอร์ตด้วยเครื่อง Kiosk ธัญญาพาร์ค วันทำการ : วันจันทร์-อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ ชั้น 1 โซน C ถนนศรีนครินทร์ แขวงสวนหลวง แขวงสวนหลวง กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/wPLg8BXJ9WF6D56h9 โทร : 0-2136-3800, 0-2136-3802 และ 09-3010-5246เงื่อนไขในการใช้เครื่อง Kiosk : อายุ 20 ปีขึ้นไป เคยมีหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ และมีแอปธนาคารเพื่อสแกนจ่ายค่าธรรมเนียม ================ 5. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว สายใต้ใหม่ - ตลิ่งชัน วันทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : อาคาร SC Plaza สถานีขนส่งกรุงเทพ (สายใต้ใหม่) ถนนบรมราชชนนี แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/sMWUka4czBWsg3No7 โทร : 0-2422-3431 ================ 6. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว มีนบุรี วันทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าบิ๊กซี สาขาสุวินทวงศ์ 29 ถนนสุวินทวงศ์ แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/XfnE6JraSGTRs7uG8 โทร : 0-2024-8362-64 ================ 7. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว MRT คลองเตย วันทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 08.30-16.30 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 16.00 น.) ที่อยู่ : สถานีรถไฟฟ้ามหานคร (MRT) คลองเตย ถนนพระราม 4 แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/N9VYesYmAW8GujVw8 โทร : 0-2024-8896, 09-3010-5247 ================ 8. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว ปทุมวัน วันทำการ : วันจันทร์ - อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าเอ็มบีเค เซ็นเตอร์ MBK Center ชั้น 5 โซน A ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/rJygy7Xd9hvqFBfH9 โทร : 0-2126-7612 ================ 9. บริการทำพาสปอร์ตด้วยเครื่อง Kiosk MBK Center วันทำการ : วันจันทร์-อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์-อาทิตย์ ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าเอ็มบีเค เซ็นเตอร์ MBK Center ชั้น 5 โซน A ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ พิกัด : https://maps.app.goo.gl/NTWhFGMgg6P2yYam9 โทร : 0-2126-7612เงื่อนไขในการใช้เครื่อง Kiosk : อายุ 20 ปีขึ้นไป เคยมีหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ และมีแอปธนาคารเพื่อสแกนจ่ายค่าธรรมเนียม ================ 10. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว ธัญบุรี วันทำการ : วันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ) เวลา 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ชั้น 3 ถนนพหลโยธิน ตำบลประชาธิปัตย์ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี พิกัด : https://maps.app.goo.gl/9EfZXed9bb9JM3Jp9 โทร : 0-2150-9002 ================ 11. สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว บางใหญ่ วันทำการ : วันจันทร์-อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ที่เป็นวันหยุดยาว)เวลา 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา เวสต์เกต ชั้น G ถนนรัตนาธิเบศร์ ตำบลเสาธงหิน อำเภอบางใหญ่ นนทบุรี พิกัด : https://maps.app.goo.gl/B71gP3UbhwPTBkCj6 โทร : 0-2194-2643 ================ 12. บริการทำพาสปอร์ตด้วยเครื่อง Kiosk เซ็นทรัล พลาซา เวสต์เกต วันทำการ : วันจันทร์-อาทิตย์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ และเสาร์ - อาทิตย์ ที่เป็นวันหยุดยาว) เวลา 10.00-18.00 น. (ไม่หยุดพักกลางวัน / ปิดรับคิว 17.30 น.) ที่อยู่ : ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา เวสต์เกต ชั้น G ถนนรัตนาธิเบศร์ ตำบลเสาธงหิน อำเภอบางใหญ่ นนทบุรี พิกัด : https://maps.app.goo.gl/FHsKeQMKXJbZ4sZdA โทร : 0-2194-2643เงื่อนไขในการใช้เครื่อง Kiosk : อายุ 20 ปีขึ้นไป เคยมีหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ และมีแอปธนาคารเพื่อสแกนจ่ายค่าธรรมเนียม ================ ค่าทำพาสปอร์ต พาสปอร์ตธรรมดา 1,000 บาท เล่ม 5 ปี 1,500 บาท เล่ม 10 ปี สถานที่รับพาสปอร์ต : กรุงเทพฯ และปริมณฑล จัดส่งไปรษณีย์ 2-3 วันทำการต่างจังหวัด จัดส่งไปรษณีย์ 3-5 วันทำการ พาสปอร์ตด่วนพิเศษ (รับเล่มในวันเดียวกัน) 3,000 บาท เล่ม 5 ปี 3,500 บาท เล่ม 10 ปี *สามารถทำพาสปอร์ตแบบด่วนพิเศษได้ก่อนเวลา 11.00 น.สถานที่รับพาสปอร์ต : กรมการกงสุล รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://consular.mfa.go.th กองหนังสือเดินทางโทร : 0-2572 8442 และ 0-2203 5000 ต่อ 32301อีเมล : consular05@mfa.go.thเว็บไซต์ : https://consular.mfa.go.th
ทราเวล ทิปส์ • 26 พ.ย. 68
อ่าน
คู่มือการทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์สำหรับมือใหม่ปี 2025 ขั้นตอน การเตรียมตัว ค่าใช้จ่าย
การขับขี่รถจักรยานยนต์อย่างถูกกฎหมายและปลอดภัยเริ่มต้นจากการมีใบอนุญาตขับขี่ที่ถูกต้อง บทความนี้ได้รวบรวมขั้นตอนที่จำเป็น สิ่งที่ต้องเตรียมตัว และค่าใช้จ่ายโดยประมาณสำหรับการทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล (ชั่วคราว 2 ปี) ครั้งแรก ขั้นตอนการสอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์ สำหรับผู้ที่ขอทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลครั้งแรก จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่สำนักงานขนส่ง ดังนี้: จองคิว: จองคิวล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue หรือเว็บไซต์ของกรมการขนส่งทางบก เตรียมเอกสารและยื่นคำขอ: เดินทางไปสำนักงานขนส่งตามวันและเวลาที่จองคิวไว้ ยื่นคำขอและเอกสารที่เตรียมไว้เพื่อตรวจสอบหลักฐานและคุณสมบัติ ทดสอบสมรรถภาพร่างกาย: เข้ารับการทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย เช่น การทดสอบสายตาทางลึก, สายตาทางกว้าง, การมองเห็นสีที่จำเป็นในการขับรถ และการทดสอบปฏิกิริยาทางเท้าในการเหยียบเบรก อบรมภาคทฤษฎี: เข้ารับการอบรมภาคทฤษฎีตามหลักสูตรที่กำหนด (สำหรับทำใบขับขี่ครั้งแรกต้องอบรมที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น) รวม 5 ชั่วโมง เนื้อหาเกี่ยวกับการขับรถอย่างปลอดภัย กฎหมายจราจร และมารยาทในการขับรถ สอบข้อเขียน (ภาคทฤษฎี): เข้ารับการสอบข้อเขียนระบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-exam) ผู้สอบต้องทำคะแนนให้ผ่านเกณฑ์ (ส่วนใหญ่คือ 45 ข้อ จาก 50 ข้อ) สอบปฏิบัติ (ภาคปฏิบัติ): นำรถจักรยานยนต์ส่วนตัวมาใช้ในการสอบ หรือใช้รถของสนามสอบ (ขึ้นอยู่กับบริการของแต่ละพื้นที่) ทดสอบการขับขี่ตามท่าทางที่กำหนด เช่น การขับรถบนทางแคบ (ไม้กระดาน), การขับเป็นวงกลม, การขับซิกแซ็ก, และการหยุดรถตามป้ายหยุด/ไฟสัญญาณ ชำระค่าธรรมเนียมและถ่ายรูป: เมื่อสอบผ่านทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติแล้ว ให้ชำระค่าธรรมเนียมและถ่ายรูปเพื่อออกใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว (2 ปี) สิ่งที่ต้องเตรียมตัว การเตรียมเอกสารและเตรียมความพร้อมในการสอบเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้กระบวนการทำใบขับขี่ราบรื่น: สิ่งที่ต้องเตรียม รายละเอียด 1. บัตรประจำตัวประชาชน ฉบับจริง (อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ สำหรับรถจักรยานยนต์ทั่วไป หรือ 15 ปีบริบูรณ์สำหรับรถจักรยานยนต์ที่มีขนาดกระบอกสูบไม่เกิน 110 ซีซี) 2. ใบรับรองแพทย์ ฉบับจริง ที่ออกให้ก่อนวันยื่นคำขอไม่เกิน 1 เดือน และต้องระบุว่าผู้ขอไม่มีโรคประจำตัวที่เป็นอันตรายต่อการขับรถ (เช่น โรคลมชัก, โรคหัวใจบางชนิด) หรือเป็นบุคคลวิกลจริต 3. หลักฐานการจองคิว ภาพหน้าจอหรือใบนัดคิวจากแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue 4. การเตรียมตัวสอบ สอบข้อเขียน: ศึกษาคู่มืออบรมใบขับขี่ กฎหมายจราจร และป้ายสัญลักษณ์จราจร เพื่อเตรียมตัวสอบข้อเขียน สอบปฏิบัติ: ฝึกฝนการขับขี่รถจักรยานยนต์ตามท่าสอบที่กำหนดจนคล่องแคล่ว 5. รถจักรยานยนต์ เตรียมรถจักรยานยนต์ที่พร้อมใช้งานสำหรับใช้ในการสอบภาคปฏิบัติ (บางสนามสอบมีรถให้เช่า) ค่าใช้จ่ายในการทำใบขับขี่ (โดยประมาณ) ค่าใช้จ่ายหลักในการทำใบขับขี่จะประกอบด้วยค่าธรรมเนียมที่ชำระกับกรมการขนส่งทางบก และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง: ค่าธรรมเนียมกรมการขนส่งทางบก: ค่าคำขอ: 5 บาท ค่าใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว (2 ปี): 100 บาท รวมค่าธรรมเนียมโดยประมาณ: 105 บาท (ไม่รวมค่าบัตรพลาสติก 100 บาท ในกรณีทำใบขับขี่ 5 ปี ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามประกาศกรมการขนส่งทางบก) ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง: ค่าใบรับรองแพทย์: ขึ้นอยู่กับสถานพยาบาล (ประมาณ $100 - 500$ บาท) ค่าบริการจองคิว/ติว (ถ้ามี): หากเลือกใช้บริการโรงเรียนสอนขับรถที่ได้รับการรับรอง อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับคอร์สติวและการสอบปฏิบัติ การทำใบขับขี่ครั้งแรกจึงมีค่าใช้จ่ายรวมเริ่มต้นเพียง 105 บาท (ไม่รวมค่าใบรับรองแพทย์) ซึ่งถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเพื่อความปลอดภัยและความถูกต้องตามกฎหมายในการขับขี่บนท้องถนนนั่นเองครับ Photo Credit : AI Generated
ข่าวยานยนต์ • 26 ต.ค. 68
อ่าน
วิธีเช็ก ซื้อแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศ ไม่ให้ถูกโกง จากมิจฉาชีพ
ใครที่มีแพลนเดินทางไป เที่ยวต่างประเทศ การใช้บริการบริษัททัวร์เป็นอีกทางเลือกที่ดี เพราะสะดวกสบาย ไม่ต้องเตรียมการเองให้วุ่นวาย แต่ก็มีความเสี่ยง หากเรา ซื้อแพ็คเกจทัวร์ จากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ เพราะปัจจุบันมี มิจฉาชีพ แฝงตัวมาในรูปแบบบริษัททัวร์หลอกลวงจำนวนมาก เพราะฉะนั้นตามเรามาดู วิธีเช็ก ซื้อแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศอย่างไรให้ปลอดภัย ไม่ถูกโกง พร้อม เทคนิคเลือกบริษัททัวร์ ตามนี้กันเลยค่ะ วิธีเช็ก ทัวร์ต่างประเทศ ซื้อทัวร์อย่างไรไม่ให้โดนโกง 1. ตรวจสอบใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวจากกรมการท่องเที่ยว บริษัททัวร์ที่ถูกกฎหมาย จะต้องมี ใบอนุญาตเลขที่ 11 หลัก ที่ออกโดย กรมการท่องเที่ยว โดยเราสามารถตรวจสอบได้ผ่านเว็บไซต์ : https://www.tourism.go.th สิ่งที่ควรดูคือ ชื่อบริษัท และเลขทะเบียนตรงกับที่โฆษณา มีข้อมูลผู้รับผิดชอบชัดเจน ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวหมดอายุหรือไม่ 2. เช็กประวัติบริษัททัวร์ ผ่านช่องทางโซเชียล และรีวิว ก่อนโอนเงินใดๆ ให้ลองค้นชื่อบริษัทบนเว็บไซต์ หรือ โซเชียลมีเดียก่อน เช่น ทาง Google, Facebook, TikTok หรือช่องทางอ่านๆ ว่ามีรีวิวในแง่ลบ หรือประวัติการโกงเงินมาก่อนหรือไม่ คำค้นหาที่แนะนำ : "ชื่อบริษัท + รีวิว" "ชื่อบริษัท + โกง" "ชื่อบริษัท + Facebook" 3. หลีกเลี่ยงแพ็คเกจทัวร์ราคาถูกผิดปกติ หากเจอแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศที่ราคาถูกเกินจริง ให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนทันที เพราะราคาการเดินทางในตลาดจริงๆ จะสูงกว่านี้มาก เช่น ทัวร์ยุโรป 7 วัน ราคา 19,900 บาท รวมตั๋วเครื่องบิน ทัวร์ญี่ปุ่น 5 วัน ไม่ถึง 15,000 บาท 4. ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ หากซื้อแพ็คเกจทัวร์ผ่านเว็บไซต์ ให้ดูว่า มีข้อมูลติดต่อที่ชัดเจน เช่น ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล ใช้ HTTPS ใน URL หรือไม่ (มีรูปแม่กุญแจ) ชื่อเว็บไซต์สะกดถูก และไม่มีเนื้อหาลอกเลียนแบบ 5. หลีกเลี่ยงการโอนเงินเข้าบัญชีบุคคล มิจฉาชีพมักให้โอนเข้าบัญชีชื่อบุคคลธรรมดา ดังนั้นการซื้อแพ็คเกจทัวร์กับบริษัททัวร์ที่ถูกต้องควรโอนเข้าบัญชีบริษัทที่ตรงกับชื่อจดทะเบียนธุรกิจเท่านั้น และควรขอใบเสร็จอย่างเป็นทางการทุกครั้ง 6. ตรวจสอบผ่านเพจ "สายด่วนท่องเที่ยว" หรือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากไม่มั่นใจ ให้สอบถามหรือร้องเรียนได้ที่ กรมการท่องเที่ยว โทร. 0-2219-4010 เพจ "สายด่วนท่องเที่ยว 1672" หรือ แจ้งความผ่าน กองปราบปราม Oleg Elkov / Shutterstock.com 7. ขอดูใบกำหนดการเดินทาง (Itinerary) ที่ชัดเจน บริษัททัวร์ที่โปร่งใสจะมีเอกสารดังนี้คือ โปรแกรมทัวร์พร้อมวัน เวลา กิจกรรม รายละเอียดโรงแรม สายการบิน อาหาร เงื่อนไขการยกเลิก สรุป การซื้อแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศอย่างไรให้ปลอดภัย การเดินทางต่างประเทศควรเริ่มต้นด้วยความมั่นใจ อย่าใจร้อนโอนเงิน เพียงเพราะเห็นโปรโมชั่นราคาถูก เราควรตรวจสอบบริษัททัวร์อย่างละเอียด และเลือกใช้บริการจากแหล่งที่เชื่อถือได้เท่านั้นค่ะ หากกำลังวางแผนเที่ยวต่างประเทศ อย่าลืมใช้วิธีเหล่านี้ในการตรวจสอบเพื่อให้ทริปของเราสนุก ปลอดภัย และไม่มีดราม่าเรื่องโดนหลอกกันนะคะ
ทราเวล ทิปส์ • 18 ก.ย. 68
อ่าน
เตือนภัยแก๊งคอลเซ็นเตอร์แอบอ้างเป็นศูนย์ช่วยเหลือเหยื่อ สุดท้ายโดนหลอกให้โอนเงินซ้ำสอง
แก๊งคอลเซ็นเตอร์ปรับรูปแบบการหลอกลวงใหม่วันนี้ (18 กรกฎาคม 2568) นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลได้รับเรื่องร้องเรียนผ่านรายการ“เสียงจากใจไทยคู่ฟ้า” ว่าปัจจุบันมีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้ปรับรูปแบบการหลอกลวงใหม่ โดยที่ผ่านมามักจะใช้ช่องทางผ่านการโทรศัพท์หาเหยื่อโดยอ้างว่าเป็นตำรวจบ้าง เป็น หน่วยงานราชการสำคัญบ้าง อ้างว่ามีไปรษณีย์ตกค้างบ้าง รวมทั้งการส่งเอกสารหลอกลวงในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งสังคมไทยเริ่มคุ้นชินแล้ว ทำให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ปรับเปลี่ยนรูปแบบพบการหลอกลวงโดยใช้แพลตฟอร์ม Facebook เพิ่มมากขึ้นปัจจุบันพบว่ามีการหลอกลวงโดยใช้แพลตฟอร์ม Facebook เพิ่มมากขึ้น โดยเปิดเพจแอบอ้างเป็น มูลนิธิหรือสำนักงานทนายสาธารณะที่ไม่มีค่าใช้จ่ายหรือ ศูนย์ช่วยเหลือการถูกหลอกลวง โดยปัจจุบันพบว่าในแพลตฟอร์ม Facebook มีชื่อว่า “สำนักงานช่วยเหลือเหยื่อคดีทางออนไลน์” โดยมีกลุ่มเป้าหมายเพื่อหลอกลวงซ้ำกับคนที่ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงให้โอนเงินไปยังบัญชีต่าง ๆ หรือกรณีที่ซื้อสินค้าไม่ได้รับสินค้าหรือสินค้าไม่ตรงปกเป็นจำนวนมาก "กระบวนการเหล่านี้จะเปิด Facebook แฟนเพจและขึ้นหน้าเพจว่าเป็นองค์การไม่แสวงหากำไรเพื่อช่วยเหลือเหยื่อที่โดนหลอกลวงทางออนไลน์โดยจะให้แอด LINE กับทนายความ โดยระบุว่าจะมีทีมทนายให้การช่วยเหลือเมื่อขบวนการมิจฉาชีพได้รับเรื่องจากผู้ที่เป็นเหยื่อก็จะส่งต่อให้กับกลุ่มมิจฉาชีพที่ปลอมตัวเป็นตำรวจจากหลายหน่วยงานซึ่งจากการตรวจสอบพบมีการส่งบัตรข้าราชการตำรวจให้เหยื่อได้หลงเชื่อ จากนั้นจะทำงานเป็นทีมเพื่อหลอกลวงให้ผู้ที่โชคร้ายอยู่แล้วต้องโชคร้ายซ้ำสอง โดยคณะทำงานได้ ตรวจสอบบัตรประจำตัวตำรวจดังกล่าวไม่ปรากฏว่าเป็นตำรวจจริง และได้ตรวจสอบพบว่าชื่อ ทนายความดังกล่าวไม่ปรากฏอยู่ในสารบบของทะเบียนทนายความ" เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อกระบวนการหลอกลวงรูปแบบต่าง ๆนายจิรายุ กล่าวต่อไปว่า ขณะนี้คณะทำงานได้ส่งเรื่องให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วซึ่งอยู่ระหว่างการติดตามตรวจสอบและจับกุมกลุ่มคนร้ายกลุ่มนี้อยู่ ทั้งนี้ขอแจ้งเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อในกระบวนการหลอกลวงรูปแบบต่าง ๆ โดยเฉพาะการแอบอ้างผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เช่น TikTok Instagram และ Facebook ซึ่งเป็นช่องทางที่กลุ่มมิจฉาชีพนิยมใช้เพื่อชักจูงให้หลงเชื่อและโอนเงินทั้งนี้ อย่าโอนเงินให้บุคคลหรือเพจที่ไม่น่าเชื่อถือโดยเด็ดขาด และหากพบเบาะแสหรือพฤติกรรมต้องสงสัย สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่ สายด่วน 1111 ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ทำเนียบรัฐบาล หรือทาง อีเมล jirayu9000@gmail.com เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการโดยเร็ว
TNN ช่อง16 • 18 ก.ค. 68
อ่าน
ปลดล็อก “ไร้สัญชาติ” 1.4 แสนราย รัฐย้ำไม่ครอบคลุมแรงงานต่างด้าว
ครม. เร่งปลดล็อก “ไร้สัญชาติ” 1.4 แสนราย ตามมติครม.น.ส. ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการแก้ปัญหาสัญชาติ ตามมติ ครม. วันที่ 29 ตุลาคม 2567 โดยประกาศหลักเกณฑ์ให้คนเกิดในราชอาณาจักรแต่ยัง “ไร้สัญชาติ” ได้สัญชาติไทยเป็นการทั่วไป เริ่มมีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่ 30 มิถุนายน 2568 กลุ่มเป้าหมาย “ชนกลุ่มน้อย/ชาติพันธุ์” เฉพาะที่อยู่ในไทยมานาน- กลุ่มเป้าหมายราว 140,000 คน เป็นชนกลุ่มน้อยหรือกลุ่มชาติพันธุ์ที่ได้รับการจัดทำทะเบียนประวัติไว้ก่อนแล้ว มีข้อมูลภาพถ่าย ลายนิ้วมือ และเลข 13 หลักขึ้นต้น 5, 6 หรือ 8- ครอบคลุมบุตรหลานที่เกิดในไทยของผู้ถือบัตรสีชมพู กลุ่มเลข 6 - 50 ถึง 6 - 72 และผู้ถือใบสำคัญถิ่นที่อยู่ (ขึ้นต้น 5 หรือ 8)- รวมถึงผู้ที่อยู่ในทะเบียนประวัติ “บุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียน” ตามมติ ครม. 18 ม.ค. 2548 เช่น ชาวมอร์แกน (เลขบัตรขึ้นต้น 0 และหลักที่ 6–7 เป็น 89)ย้ำไม่ครอบคลุมแรงงานต่างด้าว - ผู้ลี้ภัยในค่ายพักพิงรัฐบาลย้ำว่ามาตรการนี้ ไม่ครอบคลุมแรงงานข้ามชาติ ผู้มีสัญชาติอื่น หรือผู้หนีภัยในค่ายพักพิง แต่เป็นการแก้ปัญหาสิทธิสถานะของคนที่เกิดและเติบโตในไทยมาอย่างยาวนาน โดยมีหลักเกณฑ์ “เข้มงวด‑ตรวจสอบได้” เพื่อลดช่องโหว่ในการสวมสิทธิ ยกระดับคุณภาพชีวิตบนหลักศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์นโยบายดังกล่าวจะเปิดทางให้กลุ่มชาติพันธุ์เข้าถึงสวัสดิการรัฐ การศึกษา และโอกาสทางเศรษฐกิจอย่างเท่าเทียม สอดคล้องเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ของสหประชาชาติ พร้อมยืนยันเดินหน้ากำกับดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การให้สัญชาติไทยเป็นไปอย่างโปร่งใส และเกิดประโยชน์กับผู้มีสิทธิอย่างแท้จริง.
TNN ช่อง16 • 12 ก.ค. 68
อ่าน
ปลัดมท. ย้ำการให้สัญชาติตามมติครม. 29 ต.ค. 67 มีเป้าหมายที่ชัดเจน
วันนี้ (29 มิ.ย. 68) นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงกรณีการเร่งรัดการแก้ไขปัญหาสัญชาติตามมติ ครม. 29 ต.ค. 67 ซึ่งในวันพรุ่งนี้ (30 มิ.ย. 68) น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เตรียมประกาศกำหนดหลักเกณฑ์เพื่อเร่งรัดการแก้ไขปัญหาสัญชาติ และการสั่งให้คนที่เกิดในราชอาณาจักรไทยและไม่ได้รับสัญชาติไทย โดยมีบิดาและมารดาเป็นคนต่างด้าว ได้สัญชาติไทยเป็นการทั่วไป และจะมีผลใช้บังคับเมื่อประกาศราชกิจจานุเบกษา ในวันที่ 30 มิ.ย. 68 เป็นต้นไปนายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า การดำเนินการแก้ไขปัญหาสัญชาติตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบ เมื่อวันที่ 29 ต.ค. 67 ในสมัยของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ถือเป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์ประเทศไทยที่มีการขับเคลื่อนเร่งรัดแก้ไขเรื่องดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรม กระทั่งได้รับคำชื่นชมจากองค์การระหว่างประเทศและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก และในขณะนี้รัฐบาลภายใต้การนำของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เล็งเห็นความสำคัญของการแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง โดยได้สั่งการให้กระทรวงมหาดไทยดำเนินการให้เป็นไปตามขั้นตอนระเบียบกฎหมาย โดยมติ ครม. ดังกล่าว ได้มีการกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน คือ ชนกลุ่มน้อย/กลุ่มชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยมาเป็นเวลานาน และได้รับการจัดทำทะเบียนประวัติและมีข้อมูลในฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรไว้แล้ว อาทิ ภาพถ่ายใบหน้า ลายพิมพ์นิ้วมือ ประมาณ 1.4 แสนราย "ไม่ใช่บุคคลต่างด้าวหรือผู้หลบหนีเข้าเมืองแต่อย่างใด" สำหรับกลุ่มเป้าหมายการแก้ไขปัญหาสัญชาติตามมติ ครม. นี้ ได้แก่ 1. บุคคลที่เกิดในราชอาณาจักร โดยมีบิดาหรือมารดาเป็นชนกลุ่มน้อยหรือกลุ่มชาติพันธุ์ที่ได้รับการสำรวจและจัดทำทะเบียนประวัติกลุ่มต่าง ๆ มีชื่อในทะเบียนบ้าน มีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ที่ขึ้นต้นหลักแรกด้วยเลข 6 และเลขหลักที่หกและเจ็ดเป็นเลข 50 ถึงเลข 72 รวมถึงคนที่มีบิดาหรือมารดาเป็นชนกลุ่มน้อยหรือกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีใบสำคัญถิ่นที่อยู่ มีชื่อในทะเบียนบ้าน มีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ที่ขึ้นต้นหลักแรกด้วยเลข 5 หรือเลข 8 ด้วยและ 2. บุคคลที่เกิดในราชอาณาจักร โดยมีบิดาหรือมารดาได้รับการสำรวจจัดทำทะเบียนประวัติบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนตามยุทธศาสตร์การจัดการปัญหาสถานะและสิทธิของบุคคลตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 18 ม.ค. 2548 รวมถึงชาวมอร์แกน โดยคนกลุ่มนี้จะมีชื่อในทะเบียนประวัติ มีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลักที่ขึ้นต้นหลักแรกด้วยเลข 0 และเลขหลักที่หกและเจ็ดเป็นเลข 89 "ในส่วนของคนต่างด้าวอื่น ๆ อาทิ แรงงานต่างด้าว ผู้หนีภัยการสู้รบที่อาศัยในพื้นที่พักพิงชั่วคราวฯ และคนต่างด้าวทั่วไปที่มี Passport ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมาย และไม่มีสิทธิยื่นคำขอตามมติ ครม. นี้ แต่อย่างใด" นายอรรษิษฐ์ กล่าวเน้นย้ำสำหรับบุคคลกลุ่มเป้าหมายทั้ง 2 กลุ่ม ที่มีความประสงค์จะขอมีสัญชาติไทย ต้องมีลักษณะเป็นไปตามเงื่อนไขของประกาศ และต้องปฏิบัติตามขั้นตอน โดยยื่นคำขอต่อนายทะเบียน กรณีมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นต่อผู้อำนวยการสำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง กรณีมีภูมิลำเนาอยู่ในอำเภอใด ให้ยื่นต่อนายอำเภอนั้น
TNN ช่อง16 • 29 มิ.ย. 68
อ่าน
ประกาศรายชื่อสถานที่สอบ ก.พ. 68 เปิดแล้วที่ job3.ocsc.go.th
เปิดระบบ job3.ocsc.go.th ประกาศสถานที่สอบ ก.พ. 68 แล้วสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เปิดให้ผู้สมัครสอบภาค ก. ประจำปี 2568 เข้าตรวจสอบรายชื่อ วัน เวลา และสถานที่สอบ พร้อมพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ ผ่านเว็บไซต์ job3.ocsc.go.th ได้ตั้งแต่วันที่ 26 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป ภายใต้หัวข้อ “การสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไป (Paper Pencil) ประจำปี 2568” สอบภาค ก. ปี 2568 Paper Pencil จัดเต็ม 14 ศูนย์สอบสำหรับการสอบภาค ก. รอบ Paper Pencil ปีนี้ สำนักงาน ก.พ. กำหนดจัดสอบวันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคม 2568 มีศูนย์สอบทั้งหมด 14 แห่งทั่วประเทศ รองรับผู้สมัครกว่า 450,000 คน ได้แก่• กรุงเทพมหานครและนนทบุรี• นครปฐม• พระนครศรีอยุธยา• ราชบุรี• ชลบุรี• เชียงใหม่• พิษณุโลก• นครราชสีมา• อุดรธานี• อุบลราชธานี• ขอนแก่น• สุราษฎร์ธานี• สงขลา• ปทุมธานีรวมแล้วมีสนามสอบกว่า 133 แห่งทั่วประเทศ โดยรายละเอียดสามารถเช็กได้จากเว็บไซต์ job3.ocsc.go.thวิธีพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ ก.พ. 681. เข้าเว็บไซต์ job3.ocsc.go.th2. คลิกหัวข้อ “ค้นหาและพิมพ์บัตรประจำตัวสอบ”3. กรอกเลขบัตรประชาชน พร้อมรหัสยืนยัน (Captcha)4. ระบบจะแสดงข้อมูลสนามสอบ วัน เวลา และศูนย์สอบ5. กด “พิมพ์บัตรประจำตัวสอบ” เพื่อดาวน์โหลดและนำไปใช้ในวันสอบ คุมเข้มการสอบ สแกนเข้มทุกขั้นตอน ป้องกันทุจริตนายกิติพงษ์ มหารัตนวงศ์ รองเลขาธิการ ก.พ. เผยว่า การสอบปีนี้ใช้มาตรการป้องกันการทุจริตอย่างเข้มงวด โดยมีการตรวจบัตร สแกนตัวบุคคล ห้ามนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ นาฬิกาทุกชนิด และโทรศัพท์เข้าห้องสอบเด็ดขาด อนุญาตเพียงดินสอ 2B, ยางลบ, กบเหลาดินสอ และปากกาลูกลื่นเท่านั้นกรณีพบผู้กระทำผิดจะถูกตัดสิทธิ์สอบทันที และหากมีเจตนาทุจริต จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย และอาจถูกตัดสิทธิ์สอบตลอดชีวิตข้อควรรู้ก่อนเข้าสอบ ก.พ. 68• ตรวจสอบสถานที่สอบให้ชัดเจนก่อนวันสอบ• เตรียมบัตรประชาชน และบัตรประจำตัวสอบให้พร้อม• มาถึงสนามสอบล่วงหน้าอย่างน้อย 1 ชั่วโมง• ปฏิบัติตามกฎระเบียบและคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด
TNN ช่อง16 • 26 มิ.ย. 68
อ่าน
มุกใหม่แก๊งคอลฯ หลอกสมัครสินเชื่อเงินด่วน-ลวงรหัส OTP ฉกเงินซื้อทองคำ สูญ 20 ล้านบาท
พลตำรวจตรี วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผู้บังคับการปราบปราม นำทีมเจ้าหน้าที่ตำรวจแถลงผลการจับกุม ผู้ต้องหา 3 ราย ซึ่งเป็นแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์สัญชาติไทย ที่มีพฤติการณ์ในการหลอกลวงเหยื่อให้สมัครสินเชื่อเงินด่วนผ่านโมบายแบงค์กิ้ง โดยจะอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่สถาบันการเงิน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับเหยื่อในการกู้เงินด่วนออนไลน์ ซึ่งจะมีการหลอกเอาเลข OTP หลังการสมัครเสร็จสิ้น เพื่อนำไปซื้อทองคำ ก่อนชิ่งหนีโดย ผู้บังคับการปราบปราม ระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ป. ได้รับการประสานงานจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายตรวจสอบของธนาคารกรุงไทย โดยมีการแจ้งว่ามีลูกค้าของธนาคารหลายรายมีความสนใจสมัครบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต ได้ถูกคนร้ายหลอกลวงให้สมัครบัตรผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งคนร้ายได้มาแอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคาร โดยมีแผนประทุษกรรมในการหลอกลวง โดยผู้ต้องหาจะติดต่อหาซื้อเพจ Facebook ที่มียอดผู้ติดตามสูงตามกลุ่ม LINE หรือเพจ Facebook สายเทา ก่อนที่จะนำมาเปลี่ยนปรับแต่งให้เป็นเหมือนเพจของสถาบันทางการเงิน พร้อมลงข้อความเชิญชวนประชาสัมพันธ์ให้ผู้ที่สนใจต้องการเปิดบัตรเครดิตหรือเดบิต โดยสร้างความน่าเชื่อถือ ด้วยการใช้รูป ชื่อนามสกุล ของเจ้าหน้าที่ธนาคารตัวจริงมาแอบอ้าง เมื่อมีผู้เสียหายมีความสนใจและกดเข้ามาที่เพจ ก็มีการสนทนากันผ่านทางข้อความ จากนั้นก็จะมีการพูดคุยสอบถามข้อมูลส่วนบุคคลทั้งอาชีพ รายได้ วงเงินที่ผู้เสียหายต้องการใช้ และหมายเลขโทรศัพท์เพื่อติดต่อกลับ จากนั้นก็จะหลอกลวงให้เหยื่อ ใช้โทรศัพท์อีกเครื่องหนึ่ง ทำการวิดีโอคอลด้วยการเปิดกล้องในการสมัครสินเชื่อเงินด่วนผ่านโมบายแบงค์กิ้ง ในโทรศัพท์ของเหยื่อ ซึ่งผู้ต้องหาจะเป็นผู้อธิบายขั้นตอนวิธีการสมัคร ตลอดการพูดคุย จึงทำให้สามารถเห็นยอดวงเงินการสมัครสินเชื่อ เลขบัตรเดบิต 16 หลัก เลข CVV และ OTP โดยธนาคารจะใช้ระยะเวลาในการอนุมัติเพียงไม่กี่นาที ระหว่างนั้นผู้ต้องหาก็จะนำข้อมูลดังกล่าวไปกรอกเพื่อซื้อทองคำผ่านออนไลน์ เมื่อได้ข้อมูลที่ต้องการครบแล้ว ก็ทำการซื้อทองคำทันที และ เมื่อได้ทองคำมาก็นำไปแปลงสภาพเป็นเงินเพื่อนำไปใช้จ่ายขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับข้อมูลการประสานจากธนาคารแห่งหนึ่งใน จ.สงขลา จึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน และพบว่ามีหนึ่งในเหยื่อที่ถูกหลอกในพื้นที่ดังกล่าว ได้รับข้อมูลและหลักฐานครบถ้วนจึงได้ขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดสงขลา เพื่อจับกุมผู้ต้องหา จำนวน 3 ราย ประกอบด้วย นายกรกรต (สงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี // นายกฤตนัย (สงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี ซึ่งจับกุมได้ที่ห้องพักในคอนโดซอยสุขุมวิท 24 แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 17 มิถุนายนที่ผ่านมา และจับกุมนายปพนธีร์ (สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี ได้ที่บ้านพักในจังหวัดลพบุรีในวันเดียวกัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถตรวจยึดของกลางจำนวน 53 รายการ อาทิ รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ Mercedes Benz ที่ผู้ต้องหาใช้เงินสดซื้อ // โทรศัพท์มือถือจำนวน 23 เครื่อง // คอมพิวเตอร์และโน๊ตบุ๊ค จำนวน 6 เครื่อง // เครื่องรับธนบัตรจำนวน 1 เครื่อง // แผ่นทองคำจำนวน 2 แผ่น และซิมการ์ดสมุดบัญชีอื่นอีก 20 รายการ ขณะเดียวกัน ยังพบหลักฐานซึ่งเป็นข้อมูลที่ผู้ต้องหาได้มีการถ่ายทำวิดีโอระหว่างหลอกลวงเหยื่อจำนวนกว่า 130 ไฟล์ และภาพนิ่งอีกกว่า 3,000 ภาพ / ซึ่งพบว่าผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ได้ทำการหลอกลวงเหยื่อมาแล้วเกือบ 400 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 20 ล้านบาทขณะที่ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้ทำการหลอกลวงเหยื่อในลักษณะนี้ มาตั้งแต่ปี 2566 จนถึงปัจจุบันเป็นระยะระยะเวลา 2 ปีแล้ว โดยอ้างว่าวิธีการที่นำมาหลอกลวงเป็นวิธีที่เคยถูกหลอกมาก่อน จึงได้นำวิธีการมาปรับใช้และไปหลอกลวงเหยื่อรายอื่นๆ ขณะที่เงินที่นำมาได้ในการหลอกลวงเหยื่อ ก็ถูกนำไปใช้จ่ายทั้งซื้อรถหรู เช่าคอนโดราคากว่า 30,000 บาทต่อเดือนในย่านสุขุมวิท อีกทั้งได้นำเงินไปเที่ยวกินหรูอยู่สบาย และนำไปเล่นการพนันในคาสิโนประเทศเพื่อนบ้านด้วย ขณะที่เงินคงเหลือติดบัญชีมีจำนวนหลักพันถึงหลักหมื่นบาทเท่านั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาว่าเป็นการกระทำความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชนอันมิใช่ความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา และร่วมกันใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ อีกทั้งความผิดยังเข้าข่ายฐานฟอกเงินอีกด้วยโดยหลังจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการขยายผลสืบสวนสอบสวนในกลุ่มดังกล่าวว่ามีการไปหลอกลวงผู้เสียหายรายอื่นๆอีกหรือไม่รวมถึงการประสานข้อมูลร่วมกับธนาคารเพื่อที่จะช่วยเหลือเหยื่อที่เคยถูกหลอกลวงว่าจะดำเนินการอายัดบัตร ประสานกับร้านค้าหรือผู้ให้บริการเพื่อยกเลิกธุรกรรมต่างๆ พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ไปยังประชาชนรายอื่นๆที่เคยถูกคนร้ายกลุ่มนี้หลอกลวงในลักษณะเดียวกันสามารถนำหลักฐานมาติดต่อเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ป. เพื่อตรวจสอบและดำเนินคดีเพิ่มเติม
TNN ช่อง16 • 27 มิ.ย. 68
อ่าน
เตือนระวัง! มิจฉาชีพใช้ AI ปลอมเสียงเลียนแบบคนใกล้ตัว หลอกให้โอนเงิน
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เตือนภัย เบอร์แปลกโทรมา อย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพใช้ AI ปลอมเสียง หลอกโอนเงินรูปแบบการหลอกลวง 1. มิจฉาชีพใช้ AI ปลอมเสียง เลียนแบบเสียงคนใกล้ตัว เช่น ลูกหลาน ญาติ เจ้านาย2. โทรจาก เบอร์แปลก พร้อมสร้างสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น บอกว่าประสบอุบัติเหตุ ติดคดี หรือมีปัญหาเงินด่วน3. เร่งให้โอนเงินทันที อ้างว่า “ไม่มีเวลาอธิบายมาก เชื่อใจหน่อย” "เพื่อนกัน เรื่องแค่นี้ช่วยกันไม่ได้หรอ" วิธีป้องกัน1. อย่ารีบโอนเงิน! หยุดคิดก่อน เช็กข้อมูลให้แน่ใจ2. โทรกลับหาคนที่ถูกอ้างชื่อด้วยเบอร์ที่คุณเคยใช้ติดต่อ3. สังเกตความผิดปกติ เช่น ใช้คำแปลกๆ น้ำเสียงไม่ปกติ หรือเร่งรีบเกินเหตุ4. ตรวขสอบชื่อบัญชีปลายทาง ว่าตรงกับชื่อนามสกุลตรงกับคนที่คุณรู้จักหรือไม่แจ้งความออนไลน์ได้ที่ www.thaipoliceonline.go.thหากมีข้อสงสัย สอบถามได้ที่สายด่วน 1441 ตลอด 24 ชั่วโมง อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องเปิด 5 เหตุผลทำไม? คนไทยจำนวนมาก ถึงตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพอย่าหลงเชื่อขบวนการหลอกทำภารกิจออนไลน์ วางกับดัก “กำลังจะได้เงินก้อนใหญ่”ราคาทองพุ่งสูงต่อเนื่อง เตือนระวังกลลวง 3 รูปแบบมิจฉาชีพหวังหลอกเอาทรัพย์
TNN ช่อง16 • 12 มิ.ย. 68
อ่าน
เตือนภัย 10 ข่าวปลอมล่าสุด! ที่ประชาชนให้ความสนใจมากสุดในรอบสัปดาห์
นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 16 – 22 พฤษภาคม 2568 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 826,061 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 685 ข้อความสำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 663 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 22 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 226 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 122 เรื่อง กระทรวงดีอี ได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจเป็น 5 กลุ่ม ประกอบด้วยกลุ่มที่ 1 : นโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในประเทศ จำนวน 139 เรื่องกลุ่มที่ 2 : ผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมายจำนวน 37 เรื่องกลุ่มที่ 3 : ภัยพิบัติ จำนวน 14 เรื่องกลุ่มที่ 4 : เศรษฐกิจ จำนวน 6 เรื่องกลุ่มที่ 5 : กลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ จำนวน 30 เรื่องนายเวทางค์ กล่าวต่อว่า เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจในลำดับต้นๆ ในสัปดาห์นี้ เป็นข่าวเกี่ยวกับเรื่องการให้บริการของหน่วยงานรัฐ เรื่องของสุขภาพ โดยเฉพาะเรื่องของไวรัสโควิด ซึ่งมีผลกระทบต่อสังคมส่วนใหญ่ ทำให้เกิดความเข้าใจผิด สับสน และวิตกกังวลได้ นอกจากนี้ยังมีเรื่องของความมั่นคงของประเทศ ที่มีผลกระทบต่อประชาชนส่วนใหญ่ข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่อันดับที่ 1 : เรื่อง เปิดให้บริการรถไฟ SRT 2025 รุ่นใหม่ เส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่อันดับที่ 2 : เรื่อง โควิดโอมิครอน XEC แพร่เร็ว ติดง่าย วัคซีนเอาไม่อยู่อันดับที่ 3 : เรื่อง เตือนภัยเครื่องบิน C-135 4 ลำ จะตกที่สมุยอันดับที่ 4 : เรื่อง เรือสุพรรณหงส์ กำลังจะตกเป็นของกัมพูชาอันดับที่ 5 : เรื่อง สมเด็จพระสังฆราช รับสั่งให้งดถวายเงินพระโดยเด็ดขาด ทุกกรณีอันดับที่ 6 : เรื่อง คุณมาดี ลงพื้นที่ขอถ่ายรูป สแกนลายนิ้วมือ เพื่อเก็บข้อมูลสำมะโนประชากรอันดับที่ 7 : เรื่อง ธ.ก.ส. เปิดให้ลงทะเบียนกู้สินเชื่อผ่านบัญชี Tiktok namonaka56อันดับที่ 8 : เรื่อง กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ออกใบรับรองจดทะเบียน บริษัท เงินกู้ ออนไลน์ ส่วนบุคคล จำกัดอันดับที่ 9 : เรื่อง ด่วน! กฟภ. เปิดเว็บไซต์เฉพาะกิจ รับลงทะเบียนขอคืนค่าประกันมิเตอร์อันดับที่ 10 : เรื่อง ทานเมลทิลีนบูล เพื่อล้างพิษ หลังฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกสำหรับอันดับ 1 เรื่อง “เปิดให้บริการรถไฟ SRT 2025 รุ่นใหม่ เส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่” กระทรวงดีอี ได้ประสานงานร่วมกับ การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) กระทรวงคมนาคม ตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นข้อมูลเท็จ โดยขอยืนยันว่า คลิปวิดีโอที่มีการแชร์บนโซเชียลต่าง ๆ นั้นไม่เป็นความจริง จึงขอความร่วมมืออย่าได้แชร์หรือเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ได้รับการตรวจสอบความถูกต้อง ข้อมูลที่ไม่มีที่มาและเพื่อให้ได้รับข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง โปรดติดตามข่าวสารจากช่องทางการสื่อสารอย่างเป็นทางการของการรถไฟฯ เท่านั้น เพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อของข่าวปลอม ในส่วนข่าวปลอมอันดับ 2 เรื่อง “โควิดโอมิครอน XEC แพร่เร็ว ติดง่าย วัคซีนเอาไม่อยู่” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าเป็นข้อมูลเท็จ โดยขอชี้แจงว่า ประเทศไทยเริ่มพบ XEC ครั้งแรกเดือนสิงหาคม 2567 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่เดือนตุลาคม 2567 เป็นต้นมา และพบแนวโน้มลดลงตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงปัจจุบัน ทั้งนี้ ยังไม่มีข้อมูลเชิงประจักษ์ที่ทำให้เชื่อได้ว่า อัตราการแพร่กระจายของสายพันธุ์ XEC แพร่เร็ว ติดง่าย วัคซีนเอาไม่อยู่ ปัจจุบันกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ยังคงเฝ้าระวังการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์อย่างต่อเนื่อง แนะนำให้กลุ่มเสี่ยงควรรับวัคซีน ร่วมกับการปฏิบัติตนตามมาตรการป้องกันการติดเชื้ออย่างสม่ำเสมออย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทันส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เกิดความวิตกกังวล หรืออาจสร้างความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัดข่าวที่เกี่ยวข้อง- พายุหอยหมีเข้าไทย! เตือนอย่าเชื่อ เปิด 10 ข่าวปลอมล่าสุด ที่ประชาชนสนใจ- เปิดรายชื่อ 22 จังหวัด ปลอดภัยที่สุดจากแผ่นดินไหว เตือนอย่าเชื่อ ข่าวปลอม
TNN ช่อง16 • 24 พ.ค. 68
อ่าน
Real ID คืออะไร? คนไทยในสหรัฐอเมริกาต้องรู้ ก่อนขึ้นเครื่องบินใน USA
ตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคม 2025 ที่ผ่านมา สหรัฐอเมริกา มีการเริ่มบังคับใช้กฎใหม่เกี่ยวกับการแสดงบัตรประจำตัวในการเดินทางโดยเครื่องบินภายในประเทศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Real ID Act เพื่อยกระดับความปลอดภัยด้านการระบุตัวตนของผู้โดยสาร หลายคนคงสงสัยว่า แล้วนักเดินทางชาวไทยต้องทำ Real ID ด้วยหรือไม่? คำตอบนั้นต่างกันขึ้นอยู่กับว่าคุณเป็นนักท่องเที่ยวระยะสั้น หรือพำนักในสหรัฐอเมริกาในระยะยาว ดังต่อไปนี้ครับ Real ID คืออะไร? คนไทยในสหรัฐต้องรู้ก่อนขึ้นเครื่องบินใน USA Real ID คืออะไร? Real ID เป็นรูปแบบใหม่ของบัตรประจำตัวที่รัฐต่างๆ ในสหรัฐอเมริกาจะออกให้ เช่น ใบขับขี่ (Driver License) หรือบัตรประชาชนของรัฐ (State ID) ซึ่งต้องเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยของรัฐบาลกลาง ภายใต้ Real ID Act ที่ผ่านในปี 2005 หลังเหตุการณ์ก่อการร้าย 9/11 โดยบัตรที่เป็น Real ID จะมีเครื่องหมาย ดาวสีทองหรือสีดำ ที่มุมบนของบัตร เพื่อแสดงว่าบัตรนี้สามารถใช้ในการแสดงตัวตนสำหรับการเดินทางทางอากาศ และการเข้าถึงสถานที่ของรัฐบาลกลาง ตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคม 2025 เป็นต้นไป คนที่ไม่มี Real ID หรือเอกสารที่เทียบเท่า จะไม่สามารถขึ้นเครื่องบินภายในสหรัฐได้ แม้จะเป็นเที่ยวบินภายในประเทศก็ตาม *ถ้าใช้แค่ ID ธรรมดา จุดตรวจรักษาความปลอดภัย TSA (Transportation Security Administration) จะมีการตรวจเช็คมากเป็นพิเศษ และจำเป็นต้องแสดงเอกสารอื่นที่ได้รับการยอมรับแทน บัตรอะไรที่ใช้เดินทางในอเมริกาได้บ้างถ้าไม่มี Real ID Enhanced Drivers License (EDL) หรือ Enhanced ID (EID) หนังสือเดินทางสหรัฐฯ (U.S. passport) บัตร U.S. passport card บัตรจากโครงการผู้เดินทางที่น่าเชื่อถือของ DHS (Global Entry, NEXUS, SENTRI, FAST) บัตรประจำตัวจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (รวมถึงบัตรของผู้ติดตาม) บัตรถิ่นที่อยู่ถาวร (Permanent Resident Card หรือ Green Card) บัตร Border Crossing Card บัตรประจำตัวที่ออกโดยชนเผ่าที่ได้รับการรับรอง (Enhanced Tribal Cards - ETCs) บัตร HSPD-12 PIV Card หนังสือเดินทางที่ออกโดยรัฐบาลต่างประเทศ (เช่นหนังสือเดินทางประเทศไทย) ใบขับขี่ของรัฐในแคนาดาหรือบัตร Indian and Northern Affairs Canada บัตร Transportation Worker Identification Credential (TWIC) บัตรอนุญาตทำงานของ USCIS (Employment Authorization Card - I-766) บัตร U.S. Merchant Mariner Credential บัตร Veteran Health Identification Card (VHIC) แล้วชาวต่างชาติหรือคนไทยที่เดินทางในสหรัฐล่ะ? ข่าวดีคือ ถ้าคุณเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทยที่ใช้หนังสือเดินทาง (Passport) เป็นหลักในการยืนยันตัวตน คุณไม่จำเป็นต้องมี Real ID เพื่อขึ้นเครื่องบินภายในประเทศ เพราะ TSA (Transportation Security Administration) ยอมรับหนังสือเดินทางต่างชาติที่ยังไม่หมดอายุเป็นเอกสารที่ถูกต้องตามกฎหมายในการระบุตัวตน ยกตัวอย่างเช่น หากคุณเดินทางมาท่องเที่ยวในสหรัฐ แล้วต้องการบินจากลอสแองเจลิสไปนิวยอร์ก คุณสามารถใช้ หนังสือเดินทางไทยเล่มเดิมที่มีวีซ่าสหรัฐ แสดงกับเจ้าหน้าที่ TSA ที่สนามบินได้เลยโดยไม่ต้องใช้ Real ID ใด ๆ กรณีของผู้พำนักระยะยาว เช่น นักเรียน นักศึกษา หรือผู้ทำงานในสหรัฐ หากคุณเป็นชาวไทยที่พำนักอยู่ในสหรัฐระยะยาว เช่น นักเรียนในระบบ F1, ผู้ฝึกงานใน J1, หรือผู้ทำงานชั่วคราวใน H1B คุณอาจได้รับใบขับขี่หรือบัตรประชาชนจากรัฐที่คุณอยู่ ซึ่งหลายคนใช้บัตรนี้ขึ้นเครื่องบินภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม หากบัตรเหล่านั้น ไม่ได้ผ่านมาตรฐาน Real ID (เช่น ไม่มีเครื่องหมายดาว) คุณจะไม่สามารถใช้ขึ้นเครื่องบินได้หลังวันที่ 7 พฤษภาคม 2025 ทางเลือกคือ คุณสามารถยื่นเรื่องขอใบขับขี่หรือ State ID แบบที่ผ่านมาตรฐาน Real ID กับ DMV (Department of Motor Vehicles) ของรัฐที่คุณพำนักอยู่ โดยต้องแสดงเอกสารประกอบเพิ่มเติม เช่น ใบ I-20, DS-2019 หรือใบรับรองจาก USCIS เพื่อยืนยันสถานะพำนักอย่างถูกกฎหมาย แต่หากคุณไม่สะดวกในการขอ Real ID ก็ยังสามารถใช้ หนังสือเดินทางไทยแทนได้ตลอดเวลา ตราบเท่าที่พาสปอร์ตยังไม่หมดอายุ สรุป ขึ้นเครื่องในสหรัฐต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง? การขึ้นเครื่องบินภายในประเทศสหรัฐอเมริกามีการเข้มงวดมากขึ้นในเรื่องของเอกสารแสดงตัวตน โดย TSA จะยอมรับเฉพาะ Real ID-compliant driver license หรือ State ID ที่มีสัญลักษณ์ดาว หนังสือเดินทาง (รวมถึงหนังสือเดินทางต่างชาติ) บัตรแสดงตนจากหน่วยงานของรัฐบาลกลาง เช่น military ID หรือ Global Entry card หากคุณแสดงบัตรที่ไม่ผ่านมาตรฐาน เช่น ใบขับขี่ของรัฐที่ไม่มีเครื่องหมายดาว คุณจะไม่สามารถขึ้นเครื่องได้ แม้จะจองตั๋วเรียบร้อยแล้วก็ตาม โดยสรุป นักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางในสหรัฐอเมริกา สิ่งที่สำคัญที่สุดคือพกหนังสือเดินทางติดตัวเสมอ โดยเฉพาะเวลาขึ้นเครื่องบินภายในประเทศ ไม่จำเป็นต้องมี Real ID แต่อย่างใด แต่หากคุณอาศัยอยู่ในสหรัฐในระยะยาว และต้องการใช้ใบขับขี่หรือบัตรประจำตัวของรัฐขึ้นเครื่องบิน ก็ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าบัตรของคุณเป็นแบบ Real ID และมีเครื่องหมายดาวอย่างชัดเจน ถ้าไม่ ก็ต้องมีเอกสารที่ทาง TSA รับรองนั่นเอง สำหรับผู้ที่ยังไม่มี REAL ID สามารถยื่นขอได้ที่สำนักงาน DMV ใกล้บ้าน โดยเตรียมเอกสารที่จำเป็น เช่น หลักฐานสถานะการอยู่ในประเทศอย่างถูกกฎหมาย เช่น i-20 / Work Permit /Green Card จดหมายแสดงที่อยู่ปัจจุบัน 2 ฉบับในรัฐนั้นๆ หมายเลขประกันสังคม (SSN) ====================
ทราเวล ทิปส์ • 13 พ.ค. 68
อ่าน
อย่าหลงเชื่อขบวนการหลอกทำภารกิจออนไลน์ วางกับดัก “กำลังจะได้เงินก้อนใหญ่”
ภารกิจรายได้เสริม หรือ กับดักหมดตัว?กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ตำรวจไซเบอร์) ออกมาแจ้งเตือนประชาชนผ่านเฟซบุ๊ก ตำรวจไซเบอร์ – บช.สอท. โดยระบุว่า ภารกิจรายได้เสริม หรือ กับดักหมดตัว?ตำรวจไซเบอร์เตือนภัย อย่าหลงเชื่อ! ขบวนการหลอกทำภารกิจออนไลน์ลวงให้โอนเงิน โดยมิจฉาชีพวางแผนหลอกเหยื่ออย่างเป็นระบบ ตั้งแต่สร้างแชทปลอม ดึงเข้ากลุ่มที่มีหน้าม้า จนเหยื่อหลงเชื่อโอนเงินซ้ำแล้วซ้ำอีก โดยอ้างว่า “กำลังจะได้เงินก้อนใหญ่” 7 ขั้นตอนขบวนการหลอกให้ทำภารกิจปลอม1.ล่อเหยื่อด้วยโฆษณา มีการยิงแอด โพสต์ปลอม แล้วทักแชตตรง2.สร้างฉากลวงในกลุ่มแชต มีหน้าม้าปั้นสถานการณ์ให้ดูน่าเชื่อถือ3.หลอกให้ทำภารกิจง่ายๆ ดูคลิป กดไลก์ รีวิวสินค้า4.ปั้นรายได้ปลอมให้เห็น มีเงินรอในระบบแต่ยังถอนออกมาไม่ได้5.บีบให้โอนซ้ำเพื่อปลดล็อก อ้างขั้นตอนผิดต้องโอนเพิ่ม6.ใช้จิตวิทยากลุ่มกดดัน หน้าม้าหลอกว่าเคยได้เงิน เพื่อให้เหยื่อตาม7.หลอกซ้ำด้วยความกลัว-สงสาร ข่มขู่ทางกฎหมายหรือขอความเห็นใจให้โอนอีก สามารถแจ้งความออนไลน์ได้ที่ www.thaipoliceonline.go.th หากมีข้อสงสัย สอบถามได้ที่สายด่วน 1441 ตลอด 24 ชั่วโมงอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องราคาทองพุ่งสูงต่อเนื่อง เตือนระวังกลลวง 3 รูปแบบมิจฉาชีพหวังหลอกเอาทรัพย์เช็กด่วน 5 เคสตัวอย่างอาชญากรรมออนไลน์ อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารหลอกให้กู้เงินเช็ก 10 ข่าวปลอมในรอบสัปดาห์ เตือนอย่าหลงเชื่อระวังโดนหลอกดูดเงิน-ข้อมูลส่วนบุคคล
TNN ช่อง16 • 13 พ.ค. 68
อ่าน
เอกสารปลอมระบาดหนัก! กรมบัญชีกลาง เตือนผู้รับบำนาญอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพ
ปัจจุบันยังคงมีมิจฉาชีพแอบอ้างชื่อกรมบัญชีกลาง ชื่อผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ของกรมบัญชีกลางในเอกสารราชการปลอมอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดมีเอกสารราชการปลอมนางสาวทิวาพร ผาสุข รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ปัจจุบันยังคงมีมิจฉาชีพแอบอ้างชื่อกรมบัญชีกลาง ชื่อผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ของกรมบัญชีกลางในเอกสารราชการปลอมอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดมีเอกสารราชการปลอม แจ้งให้ข้าราชการผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญตรวจสอบหนังสือแสดงเจตนาระบุตัวผู้รับบำเหน็จตกทอด และให้เพิ่มบัญชีธนาคารสำรองเพื่อรับเงินเบี้ยหวัดบำนาญ ซึ่งมีเอกสารปลอมเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวออกมาหลายฉบับ อีกทั้งยังใช้บัตรเจ้าหน้าที่ปลอมแอบอ้างเพื่อหลอกให้โอนเงินดังนั้น จึงขอเตือนผู้รับบำนาญ อย่าหลงเชื่อเอกสารที่อ้างว่ามาจากกรมบัญชีกลาง และขอให้ติดตามข้อมูลข่าวสารจากช่องทางการประชาสัมพันธ์ของกรมบัญชีกลางเท่านั้นเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ กรมบัญชีกลางขอย้ำว่า ไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ติดต่อผู้รับบำนาญหรือทายาท เพื่อให้ดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับการตรวจสอบหนังสือแสดงเจตนาระบุตัวผู้รับบำเหน็จตกทอด การจัดทำหนังสือแสดงเจตนาระบุตัวผู้รับบำเหน็จตกทอด หรือการเพิ่มและยืนยันบัญชีเงินฝากธนาคารสำรองเพื่อรับเงินเบี้ยหวัดบำนาญข้าราชการเกษียณแต่อย่างใดอย่างไรก็ดี ปัจจุบันพบว่ามิจฉาชีพมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการหลอกลวงอย่างต่อเนื่อง เช่น การโทรหาผู้รับบำนาญ การส่งเอกสารปลอม/หนังสือราชการปลอม ไลน์ปลอม และ sms ปลอม ซึ่งรูปแบบการหลอกลวงมีลักษณะคล้ายกัน โดยมิจฉาชีพจะพยายามพูดคุยหรือจูงใจด้วยวิธีการต่าง ๆ เพื่อให้เหยื่อหลงเชื่อและทำตาม ดังนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ ขอให้ติดตามข่าวสารจากกรมบัญชีกลางอย่างใกล้ชิด เพื่อรู้เท่าทันกลโกงรูปแบบใหม่ๆ ที่อาจเกิดขึ้นและที่สำคัญอย่าหลงเชื่อ ไม่คุย ไม่บอกข้อมูลส่วนตัว ไม่ดำเนินการใด ๆ ตามที่มิจฉาชีพแจ้ง หากพบไลน์ปลอมหรือไลน์ที่ไม่น่าเชื่อถือ รวมทั้งได้รับ sms ที่ส่งลิงก์ต่าง ๆ มาให้กดรับ ห้ามกดรับโดยเด็ดขาดทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยสอบถามได้ที่ Call Center ของกรมบัญชีกลาง หมายเลข 0 2270 6400 ในวัน เวลาราชการ
TNN ช่อง16 • 24 เม.ย. 68
ดูเพิ่มเติม